SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • Lucky Fish คือน้องใหม่แห่ง 72 Courtyard คอมมูนิตี้มอลล์สำหรับผู้ที่รักการกิน-ดื่ม-เที่ยว ตัวจริง  
     72 Courtyard คือหนึ่งความภาคภูมิใจของนักท่องราตรีประจำปี 2016 บริเวณทองหล่อซอย 18 หลายคนอาจจะรู้จัก The Commons กันดีอยู่แล้ว แต่หากเปรียบ The Commons เป็นแหล่งแฮงก์เอาต์คอนเซปต์รักโลก ที่เหมาะสำหรับชีวิตในช่วงกลางวัน เราอยากชวนคุณลองเดินข้ามฝั่งหลังพระอาทิตย์ตกดินไปยังคอมมูนิตี้มอลล์แห่งนี้ เพราะตึกคอนกรีตหน้าตาเท่ๆ แห่งนี้ เขาชัดเจนในคอนเซปต์เพื่อการกิน-ดื่ม-เที่ยว แบบจริงจัง ด้วยร้านอาหาร บาร์ และไนต์คลับทั้ง 8 ร้าน พร้อมหนึ่งร้านใหม่ล่าสุด Lucky Fish กับคอนเซปต์คาเฟ่และอิซากายะ ที่รับประกันได้เลยว่าสนุกไม่ผิดหวังแน่นอน   



Evil Man Blues
     Evil Man Blues คือตัวแทนค็อกเทลบาร์ที่เราภูมิใจ ด้วยความดีงาม 3 อย่าง เริ่มจากการตกแต่งที่ผสมผสานความเป็นวินเทจแจ๊ซบาร์กับส่วนประกอบของอเมริกันไดเนอร์ อย่างที่นั่งแบบบูท ย้อมสีบรรยากาศแบบเท่ๆ ด้วย Neon Sign สีม่วง ส่วนที่สองคือ ที่นี่มีดนตรีสดแนวแจ๊ซและบลูส์ เสริมให้ไปด้วยกันกับธีม และส่วนประกอบสุดท้ายคือ ค็อกเทลเน้นๆ ได้แก่ Boozy Slushy หรือค็อกเทลปั่น เปลี่ยนเมนูไปทุกๆ เดือน เคียงคู่ไปกับเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทล แก้วไฮไลต์ที่เรียกได้ว่าน่าจะถูกปากทุกคนคือ Self(ie)-Adored ค็อกเทลสีสดใส เบสด้วยเหล้าวอดก้า น้ำเชื่อมกลิ่น Elderflower น้ำมะนาว ราสป์เบอร์รี และไข่ขาว ก่อนเสิร์ฟบาร์เทนเดอร์จะถ่ายรูปด้วยกล้องโพลารอยด์แก้วของคุณเพื่อมาตกแต่งแก้ว และเป็นของที่ระลึกกลับบ้านไปอีกด้วย
Floor: ชั้น G  



Beer Belly
     สำหรับคอเบียร์ 72 Courtyard ก็มี Beer Belly ไว้คอยเป็นทางเลือก และเมื่อจะเลือกเบียร์ทั้งทีก็ต้องเลือกให้ดีด้วย เพราะทั้งหมด 20 แท็บเบียร์สดนั้นเปิดเอาไว้รองรับเบียร์หลากหลายสไตล์ที่รับประกันว่า ไม่ว่าคุณจะชอบเบียร์สไตล์ไหน ทั้งเบียร์มหาชน อย่าง อาซาฮี และ Guinness เบลเยียม อย่าง La Trappe หรือคราฟต์เบียร์ อย่าง Modern Times, Mikkeller หรือ De Molen ก็สามารถหาดื่มได้ทั้งนั้น ต้องบอกอีกนิดหนึ่งว่า ทั้ง 20 แท็บนี้จะหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ก่อนสั่งเช็กกระดานดำกันให้ดี ความสนุกถนัดมาคือการตกแต่งแบบสบายๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเราไปกินเบียร์บ้านเพื่อน พร้อมด้วยกิจกรรมต่างๆ ทั้งเล่นพูล เกมปาลูกดอก และการจัดแข่งขันเบียร์ปอง ที่ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้กับร้านอยู่ตลอดทุกๆ วันพุธ    
Floor: ชั้น G



Little Bao
     ถัดเข้ามาด้านในของชั้นล่าง Little Bao คือร้านอาหารจีนสไตล์โมเดิร์นที่ส่งตรงมาจากประเทศฮ่องกง ไฮไลต์ของร้านนี้คือ การชูอาหารจานคลาสสิกของจีนอย่าง ‘เปา’ ที่เชฟเม เล่าให้ฟังว่าดึงมาประยุกต์ให้เหมือนกับว่า ถ้าอเมริกันมีเบอร์เกอร์ จีนโมเดิร์นก็มีเปา จานที่พลาดไม่ได้คือ Pork Belly Bao เปาไส้หมูสามชั้น หรือไส้ไก่ทอดซอสเสฉวน สำหรับจานอาหารว่าง Smoked Eggplant Salad สลัดมะเขือยาวย่าง เสิร์ฟเย็นบนโยเกิร์ตซอสและซอสมิโซะ และอย่าลืมลองเมนูใหม่ทั้ง 2 จาน อย่าง Dan Dan Noodles หรือบะหมี่เผ็ดรสจัดตำรับเสฉวน และ K-Wings หรือปีกไก่ทอดสไตล์เกาหลี ก่อนตบท้ายด้วย Ice-Cream Bao แป้งเปาทอดสอดไส้ไอศกรีม 
Floor: ชั้น G
Page: www.facebook.com/littlebaobkk  


Lady Brett & Uncle
     ถึงร้านกาแฟ Rocket Coffeebar จะปิดจาก 72 Courtyard ไปแล้ว แต่ว่าร้านอาหารนานาชาติและบาร์ค็อกเทลในเครือเดียวกันก็ยังคงอยู่เช่นเดิม ใครชื่นชอบชาร์โคลกริลล์ ไม่ควรพลาดทั้ง ริบอาย พอร์กช็อป หรือ BBQ Pork Ribs หลังจากนั้นสามารถขึ้นไปชั้น 3 ที่ UNCLE Cocktail Bar ต่อด้วยค็อกเทลและฟังเพลงสนุกๆ กันจนถึงเที่ยงคืน
Floor: ชั้น 2-3
Page: www.ladybrett.com       

  
Toro Bangkok
     โทโร่ คือร้านอาหารสเปนชื่นดังจากบอสตัน ที่มีสาขาที่นิวยอร์ก และเปิดสาขาล่าสุดที่กรุงเทพฯ จุดเด่นของโทโร่คือการประยุกต์รสชาติเทคนิคครัวแบบสเปนเข้ากับวัตถุดิบจากนานาชาติ และการตกแต่งจานที่สวยงามแบบโมเดิร์น อาหารจานเด็ดมีทั้งข้าวผัดสเปน ครูโดปลาฮามาจิ และ Asado de Huesos หรือ Bone Marrow อีกทั้งมาพร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับแซงเกรีย ลด 50% สำหรับแก้วที่สองทุกวันเสาร์-อาทิตย์
Floor: ชั้น 2
Page: www.facebook.com/torobangkok    


Touché Hombre
     Touché Hombre คือร้านอาหารเม็กซิกันและเตกีลาบาร์ ที่เรียกตัวเองว่าเป็นเตกีลาบาร์ร้านแรกในกรุงเทพฯ ซึ่งเปิดให้บริการครั้งแรกในกรุงเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย จากการร่วมมือของแก๊งเพื่อนที่รักวัฒนธรรมสตรีทอาร์ต และหลงใหลเสียงดนตรีฮิปฮอป อาร์แอนด์บี ก่อนจะเปิดสาขาที่เมืองไทย อาหารที่ Touché Hombre Bangkok ได้เชฟ แพทริก มาร์ตินส์ (Patrick Martens) จาก Lady Brett มายืนเป็นหลักในครัว นำเสนอเมนูทั้งจากเมลเบิร์นและเมนูใหม่ที่เชฟคิดค้น เช่น Elotes Callejeros แปลตรงตัวว่า street corn ซึ่งก็คือข้าวโพดปิ้งโรยชีส หรือ Pollo De Habanero ทาโกสอดไส้ไก่ย่าง อาร์ติโชก พริกฮาบาเนโร ชีสเม็กซิกัน และซัลซา แนะนำว่าควรเลือกดื่มกับค็อกเทลที่ใช้เตกีลาเป็นส่วนผสมหลักสักแก้วเพื่อความครบรส  
Floor: ชั้น 2
Page: www.facebook.com/ToucheHombreBangkok



Beam
     อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ 72 Courtyard ครบถ้วนสมบูรณ์คือ Beam ไนต์คลับที่เมื่อกินอาหาร และดื่มเบียร์หรือแอลกอฮอล์วอร์มอัพกันเป็นที่เรียบร้อย ก็สามารถปิดท้ายคืนแห่งความสนุกสนานด้วยเพลงอิเล็กทรอนิกจังหวะสนุกจากเหล่าดีเจชั้นนำของเมืองไทย โดนแบ่งโซนทั้ง 2 ชั้นตามสไตล์ดนตรี ใครชอบอีดีเอ็ม ฮิปฮอป ฟังกี้เฮาส์ สามารถเช็กตารางดีเจและตามไปฟังกันได้ รวมถึงดีเจจากต่างประเทศที่แวะเวียนกันมาทุกเดือน (สามารถติดตามตารางดีเจได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ BEAM)
Floor: 2/F
Page: www.facebook.com/pg/beamclubbkk  



Lucky Fish (NEW)  
     สุดท้าย หนึ่งไฮไลต์สำหรับวีกเอนด์นี้ Lucky Fish คือร้านอาหารกึ่งบาร์น้องใหม่ที่จะเปิดให้บริการวันนี้ (25 พฤศจิกายน 2559) ด้วยคอนเซปต์ Japanese Gastropub ที่รวมคาเฟ่ และบาร์อิซากายะเข้าไว้ด้วยกัน โดยร้านจะเปิดให้บริการ 2 เวลาคือ ช่วงเช้า 10:00-17:00 น. เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นจานโปรด พร้อมกาแฟ และเครื่องดื่มสุขภาพดีต่างๆ และ 17:00-03:00 น. ร้านเดิมจะกลายร่างเป็นอิซากายะบาร์ เสิร์ฟอาหารแนวปิ้งย่าง พร้อมสาเก เบียร์ วิสกี้ญี่ปุ่น และค็อกเทลในสไตล์ญี่ปุ่น (ติดตามรีวิวฉบับเต็มที่ The Momentum ได้เร็วๆ นี้)
Floor: ชั้น G
Page: www.facebook.com/luckyfishbkk