SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • ส่วนหนึ่งของผลการศึกษา ‘Relationship Deal Breaker’ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Personality and Social Psychology Bulletin นักวิจัยได้ถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชายโสดและสาวโสดชาวอเมริกันจำนวน 5,541 คน กลุ่มตัวอย่างชายและหญิงต่างให้เหตุผลที่ทำให้จบความสัมพันธ์กับใครสักคนไม่ต่างกันใน 3 อันดับแรกว่า เพราะคู่ของตนนั้นดูสกปรก ขี้เกียจ และจนหรือขัดสนเกินไป
     คุณมีความลับที่อยู่ในใจบ้างไหม?
     อย่าปฏิเสธเลยว่าคุณไม่มี โดยเฉพาะสาเหตุที่ทำให้คุณเลิกกับใครสักคนที่คบกันมานานหลายปี
     เมื่อไม่นานมานี้ นักวิจัยได้ถามชายหญิงชาวอเมริกัน 5,541 คน ถึงสาเหตุที่พวกเขาตัดสินใจปิดฉากความสัมพันธ์อันยาวนานกับคู่รัก
     คุณอยากรู้ไหม...ว่าเพราะอะไร?

เพราะเธอมันดูไม่มีอนาคต!
     ส่วนหนึ่งของผลการศึกษา ‘Relationship Deal Breaker’ ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Personality and Social Psychology Bulletin นักวิจัยได้ถามกลุ่มตัวอย่างที่เป็นชายโสดและสาวโสดชาวอเมริกันจำนวน 5,541 คน และได้ลิสต์ 17 สิ่งที่ทำให้คนตัดสินใจเลิกกับคนรัก
     กลุ่มตัวอย่างชายและหญิงต่างให้เหตุผลที่ทำให้จบความสัมพันธ์กับใครสักคนไม่ต่างกันใน 3 อันดับแรกว่า เพราะคู่ของตนนั้นดูสกปรก ขี้เกียจ และจนหรือขัดสนเกินไป
     นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า ผู้ชายมีแนวโน้มที่จะเลิกหรือจบความสัมพันธ์เพราะสาเหตุว่าอีกฝ่าย ‘อยากมีลูก, อยู่ห่างไกลกัน, พูดมากเกินไป และความต้องการทางเพศต่ำ’
     ขณะที่ฝ่ายหญิงมีแนวโน้มในการให้เหตุผลการเลิกกันเพราะว่า ‘อีกฝ่ายขาดความมั่นใจ, ขี้เกียจ, ขัดสน และติดทีวีหรือวิดีโอเกม’
     จากเหตุผลทั้งหมดจะพบว่า เหตุผลสำคัญที่ทำให้ชายและหญิงตัดสินใจเลิกกับใครสักคน เพราะคนนั้นๆ ดูไม่มีอนาคต (ดูสกปรก ขี้เกียจ และยากจน)
     ส่วนสาเหตุรองแม้จะต่างกัน แต่ก็ช่วยยืนยันความจริงที่ว่า สำหรับผู้ชายส่วนใหญ่รักแท้ยังคงแพ้ระยะทาง รำคาญคนที่จู้จี้ และกลัวการผูกมัดความสัมพันธ์ ขณะที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ก็ยังคงมองหาคนที่มีความมั่นใจและมีความเป็นผู้ใหญ่

Photo: businessinsider.com
คนที่บอกลาคือ ‘เธอ’ ไม่ใช่ ‘เขา’
     กลุ่มตัวอย่างในผลการศึกษาข้างต้น ซึ่งมีช่วงอายุระหว่าง 21-76 ปี พบว่าคนที่ยิ่งมีอายุมากจะมีแนวโน้มเลิกกันง่ายกว่าคนที่มีอายุน้อยกว่า และส่วนใหญ่คนที่บอกเลิกเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
     ทั้งนี้นักวิจัยได้ตั้งข้อสังเกตว่า กลุ่มตัวอย่างชายและหญิงนั้นตอบด้วยท่าทีเจียมเนื้อเจียมตัว และงานการศึกษานี้เป็นลักษณะแบบประเมินตนเอง (self-report) กลุ่มตัวอย่างอาจไม่ได้พูดทุกอย่างที่เกิดขึ้น
     แต่ถึงอย่างไรก็ตาม งานวิจัยชิ้นนี้ก็ได้เปิดเผยความลับบางอย่างที่อยู่ในใจ
     โดยเฉพาะ ‘คำถามซึ่งไร้คนตอบ’ ในวันที่เธอหรือเขาเดินจากไป

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai​