HIGHLIGHTS:

  • คู่รักโรแมนติกล้วนใช้เวลาในช่วงหอมหวานอยู่ในความฝันของตัวเองและของคนรัก… โดยยังไม่ทันได้สัมผัสรสขม
  • ‘รักชวนฝัน’ เริ่มกลายร่างเป็นความจริง ที่ไม่มี ‘นางในฝัน’ หรือ ‘เทพบุตรจากฟ้า’ อีกต่อไป แต่กลายเป็นมนุษย์เดินดินที่เอาแต่ใจตัวเอง ขี้หงุดหงิด ขี้ช้อปปิ้ง จุกจิกจู้จี้ เอาแต่ดูบอล กลับบ้านดึก ฉี่ไม่ยกฝารองนั่ง ฯลฯ อีกมากมายเท่าที่มนุษย์ธรรมดาๆ จะเป็นได้
  • ‘ความจริง’ จะปรากฏขึ้นเมื่อ ‘ความโรแมนติก’ หมดอายุ
     ที่รัก,
     ผมยังจำไรขนอ่อนๆ ริมใบหูของคุณที่ถูกแดดสายตกกระทบเป็นสีทองได้เป็นอย่างดี ไม่เคยมีขนอ่อนบนใบหูใครทำให้ใจสั่นแบบนี้มาก่อน คุณคิดว่ามันเกี่ยวกับพรหมลิขิตไหม คนบนฟ้าอาจดลบันดาลให้ผมกับคุณมาพบกันที่นี่ เวลานี้
     เมื่อคนที่ใช่พบเจอคนที่ใช่ก็จะเกิดกระแสไฟฟ้าไหลพล่านไปทั่วร่าง หัวใจสูบฉีดแรง หากมีหมอมาเอ็กซเรย์อาจพบผีเสื้อฝูงหนึ่งบินวนอยู่ในท้อง
 

​นี่คือความรักแน่ๆ ความรู้สึกตูมตามโครมครามในใจที่ต้องเก็บงำไว้ แอบเหล่มอง แต่พอคุณหันมาก็ต้องรีบหันกลับ 

     อาจเป็นรอยยิ้มของคุณ ตาหยีๆ คู่นั้น ผิวเนียนนวล จมูกเล็กปลายงอนรั้นๆ แต่ชวนให้อารมณ์ดี ลักยิ้มที่เป็นรอยบุ๋มตรงแก้มข้างซ้าย หรือทั้งหมดนี้รวมกัน จึงทำให้ผมรู้สึกว่าได้เดินมาพบกับ ‘นางในฝัน’ เข้าเสียแล้ว
     ​ที่รัก, ผมชอบความรู้สึกแบบนี้จัง มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกับที่ทำให้ศิลปินมากมายเขียนเพลงเกี่ยวกับความรักแรกพบ ความรักครั้งแรก เป็นความรู้สึกแบบเดียวกับที่ทำให้กวีมากมายร่ายบทกวีเกี่ยวกับนางในฝัน หรือผู้ชายในฝันของกวีสาวอีกหลายคน เป็นแรงบันดาลใจให้นักวาดจับดินสอขึ้นวาดรูป จิตรกรจับพู่กันขึ้นระบายภาพ ‘คนรักในฝัน’ เก็บไว้บนผืนผ้าใบ
     นี่คือความรักแน่ๆ ความรู้สึกตูมตามโครมครามในใจที่ต้องเก็บงำไว้ แอบเหล่มอง แต่พอคุณหันมาก็ต้องรีบหันกลับ ความรู้สึกอยากเข้าใกล้ อยากคุยด้วย ตื่นเต้นเมื่อได้เห็นข้อความหรือสติกเกอร์จากคุณ เพียงแค่นั้นก็ดีใจราวกับได้พรจากเทวดานางฟ้า มันต้องเป็นความรักแน่ๆ
     ที่รัก, นี่มันคือความฝันชัดๆ การได้มานั่งอยู่ข้างๆ คุณในโรงหนังแบบนี้ หัวเข่าค่อยๆ เคลื่อนเข้าหากันเหมือนแม่เหล็กต่างขั้ว แล้วก็มือ แตะกัน เปลี่ยนเป็นจับมือกัน เนิ่นนาน จนดูหนังไม่รู้เรื่อง
     แล้วเราก็ชวนกันไปสวนสาธารณะ ในเรือลำเล็ก โลกทั้งใบหดแคบเหลือเพียงเราสองคน ผมอยากเก็บช่วงเวลานี้ไว้ชั่วนิรันดร์ ผมสามารถมียามเย็นแบบนี้ไปได้อีกสามร้อยหกสิบห้าวัน เพิ่งรู้ว่าโลกสวยงามอย่างนี้เอง เพิ่งรู้ว่าเราเกิดมาทำไม เหมือนได้พบอีกส่วนหนึ่งที่ขาดหายไปมาตลอดชีวิต
     ...
     ​ที่รัก, รักของเราชวนให้ผมคิดถึงนิยายของเกอเธ่-นักเขียนใหญ่ชาวเยอรมันชื่อ The Sorrows of Young Werther ซึ่งเขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1774 เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักไม่สมหวังของเวิธเธอร์ที่มีต่อชาร์ล็อต จุดน่าสนใจอยู่ตรงที่ลีลาการพรรณนาถึงความหลงใหลใฝ่หาที่ก่อตัวขึ้นในความรู้สึกของพ่อหนุ่มคนนี้ ว่ากันว่าเป็นนิยายรักเรื่องแรกที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงรักอย่างละเอียดและเป็นระบบ
     สำหรับเกอเธ่แล้ว ความรักคือห่วงโซ่แห่งอารมณ์ความรู้สึกอันแรงกล้าและพิเศษสุด
     ​คุณลองอ่านสิ่งที่เขาพรรณนาไว้ดูสิ...

     ‘วันนี้ เราจะได้พบเธอ’ ผมพร่ำบอกตัวเองเมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้า หัวใจเบิกบานรับแสงอรุณอันเจิดจ้างดงาม ‘วันนี้ เราจะได้พบเธอ’ ผมไม่มีความปรารถนาอื่นใดนอกเหนือไปจากนี้อีกแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมต้องการอยู่ในนี้หมดแล้ว


     ​แล้วเขาก็พร่ำพรรณนาถึงชาร์ล็อตในห้วงคำนึงตลอดเวลา ราวกับดวงตาของเขาตอนนั้นมีไว้เพื่อมองชาร์ล็อตเพียงอย่างเดียวในโลก เพราะความรักคือที่มาของคุณค่าและความงามทั้งมวลในโลกหล้า
     ปรารถนา ปลื้มปีติ ไหวหวั่น รู้สึกราวกับได้สัมผัสกับที่มาของคุณค่าและความงามทั้งมวล เหล่านี้คือสี่ความรู้สึกอันแรงกล้าในนิยามของความรักจากมุมมองโรแมนติก
     เมื่ออยู่ในห้วงนั้น เราจะรู้สึกราวกับเวลาหยุดนิ่ง ราวกับคนคนนี้และความรู้สึกเช่นนี้จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต คุณก็เคยเป็นแบบนั้นใช่ไหม, ที่รัก
 

คู่รักโรแมนติกล้วนใช้เวลาในช่วงหอมหวานอยู่ในความฝันของตัวเองและของคนรัก… โดยยังไม่ทันได้สัมผัสรสขม

     ​...
     รักของเวิธเธอร์ไม่สมหวัง ชาร์ล็อตมีคู่หมั้นแล้ว ในที่สุดเวิธเธอร์ตัดสินใจยิงตัวตาย เพราะเขาไม่สามารถมีชีวิตอยู่โดยปราศจากชาร์ล็อต กระทั่งจะเผยความในใจก็ไม่สามารถทำได้
     รักอันบริสุทธิ์และภาพสวยงามของความรักของเวิธเธอร์ก็ยังคงผุดผ่องดังเดิม ราวกับภาพวาดที่ผุดพรายออกมาจากจินตนาการอันงดงามที่หยุดนิ่งและไม่แปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เพราะเจ้าของจินตนาการได้จบชีวิตตัวเองลงแล้ว
     เรื่องของเวิธเธอร์ชวนให้คิดถึง ‘เรื่องรัก’ ไม่สมหวังอีกนับร้อยพัน โรมิโอ-จูเลียต Before Sunrise คู่กรรม ฯลฯ ที่ต้องเผชิญอุปสรรคขวางกั้นความรักเอาไว้ ทำให้ความรักนั้นไม่ได้ ‘ไปต่อ’ บ้างจบลงตลอดกาล บ้างก็จบลงแบบคาราคาซัง กลับไม่ได้-ไปไม่ถึง
     เช่นนี้เองคือความโรแมนติกของความรัก
     เช่นนี้เองคือความรักโรแมนติก
     เมื่อพูดถึงความรัก เรามักนึกถึงความรักในลักษณะนี้เป็นอย่างแรก รักนิรันดร์ รักที่ยอมตายหากไม่สมหวัง รักที่แม้ไม่ได้อยู่ด้วยกันแต่ก็ยังคงรักกันเสมอ
     ​ที่รัก, คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมรักโรแมนติกเช่นนี้จึงครอบครองหัวใจผู้คนนัก  คุณว่าไหมว่ารักแบบนี้ได้เปรียบความรักในรูปแบบอื่นอย่างยิ่ง เพราะมันคือความรักที่มีเพียง ‘ช่วงเวลาดีๆ’ ให้จดจำรำลึก ให้บอกกล่าวเล่าขาน คู่รักโรแมนติกล้วนใช้เวลาในช่วงหอมหวานอยู่ในความฝันของตัวเองและของคนรัก… โดยยังไม่ทันได้สัมผัสรสขม
 

‘รักแท้’ มิใช่ ‘ภาพชวนฝัน’ หากคือการอยู่ร่วมกับ ‘ภาพทำลายฝัน’ ให้ได้

     หอมหวน โหยหา หุ้มห่อ หักห้าม และไม่อยากห่างเหิน
     มันคือความพิศวาสของการเริ่มต้นที่เข้มข้นรุนแรงเสียจนกลบทับความจริงที่ว่า อารมณ์ข้นคลั่กถั่งท้นเช่นนี้อีกไม่นานก็จะจางหาย คลี่คลาย และกลายร่าง
​     แต่ในเมื่อทุกคนเคยสัมผัสประสบการณ์รักเช่นนี้ จึงใช้ความรักโรแมนติกเป็น ‘ภาพจำของความรัก’ และวาดฝันเอาไว้ในใจว่า ความรักที่ดีหรือความรักแท้จะต้องเป็นเช่นนี้ไปตลอด
     โชคร้ายที่คู่รักจำนวนมากมิได้ยิงตัวตาย แลกกันกรอกยาพิษใส่ปากกัน หรือมีอันเป็นไปเสียตั้งแต่ในช่วงเวลาดีๆ ความรักของพวกเขาจึงแปรเปลี่ยนไปสู่ภาพที่ไม่สวยงามอย่างในตอนเริ่มต้น
     ‘รักชวนฝัน’ เริ่มกลายร่างเป็นความจริงที่ไม่มี ‘นางในฝัน’ หรือ ‘เทพบุตรจากฟ้า’ อีกต่อไป แต่กลายเป็นมนุษย์เดินดินที่เอาแต่ใจตัวเอง ขี้หงุดหงิด ขี้ช้อปปิ้ง จุกจิกจู้จี้ เอาแต่ดูบอล กลับบ้านดึก ฉี่ไม่ยกฝารองนั่ง ฯลฯ อีกมากมายเท่าที่มนุษย์ธรรมดาๆ จะเป็นได้
     ‘ความจริง’ จะปรากฏขึ้นเมื่อ ‘ความโรแมนติก’ หมดอายุ
     ‘รักแท้’ มิใช่ ‘ภาพชวนฝัน’ หากคือการอยู่ร่วมกับ ‘ภาพทำลายฝัน’ ให้ได้ โดยที่ทั้งสองฝ่ายต้องปรับตัว เรียนรู้ สื่อสาร และทำความเข้าใจ
     ความรักมักเริ่มต้นด้วยความโรแมนติก ก่อนที่มันจะพาเราไปหา ‘ความจริง’ ที่ไม่สวยงามนัก แต่มีคุณค่าต่อการปรับตัวเปลี่ยนตนลดอัตตาให้สามารถใช้ชีวิตอยู่กับอีกคนหนึ่งได้
     ‘ความโรแมนติก’ ทำให้เราฝัน
     ‘ความจริง’ ทำให้เราตื่น
     หากลองหวนคิดถึง ‘รักโรแมนติก’ ในชีวิตของเราที่ไม่ได้สานต่องอกงามจนกลายเป็น ‘ความจริง’ เราจะพบว่ามันช่างคล้ายกับการหวนคิดถึงความฝันที่เคยนอนหลับแล้วฝันไป สวยงาม พร่าเลือน ย้อนกลับไปไม่ได้ สัมผัสแตะต้องไม่ได้ แต่รู้สึกได้
     หลายความรักไม่ได้กลายเป็นความจริง แต่มันกลายเป็นความทรงจำ
     เรารักความรักเช่นนั้น เพราะมันไม่เคยสวยงามน้อยลง
     บางคนอาจหยุดความรักกับบางคนไว้ตรงนั้น เพื่อรักษาความสวยงามไว้ชั่วนิรันดร์ บางคนไม่พัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่การเป็นคู่รัก เพราะเสพติดความรู้สึกชวนฝันของความโรแมนติก เขาจึงจบชีวิตรักไว้เพียงในช่วงเริ่มต้นครั้งแล้วครั้งเล่า หรือเป็นไปได้ว่า เขาอยากเป็นคนที่ตื่นมาแล้วนอนหลับเพื่อพบกับความฝันใหม่ไปตลอดชีวิต
​สวยงาม อายุสั้น และไม่จริง
     ไม่ต่างจากเราสองคนที่หยุดความรักไว้หลังการสัมพันธ์และการสัมผัสกันในเดือนที่สาม
     ​เช่นนี้แล้ว, ที่รัก, คุณคิดเหมือนผมไหมว่า...
     อันที่จริง ความโรแมนติกมีรสขม

คำแปลในส่วน The Sorrows of Young Werther
นำมาจาก ความลับในความรัก
จอห์น อาร์มสตรอง เขียน
จิระนันท์ พิตรปรีชา แปล


ภาพประกอบ: Suminkgy