HIGHLIGHTS:

  • การทำงานของประสาทของผู้ที่ ‘ตกหลุมรัก’ คล้ายกับของผู้ที่มีอาการติดยาเสพติด ฉะนั้นการ ‘เลิกรา’ จึงก่อให้เกิดอาการรุนแรงไม่ต่างจากการเลิกยาเสพติด
  • คนส่วนใหญ่มักมีความคิดว่า ‘ก็แค่เลิกกัน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก’ ในขณะที่ความเป็นจริงในทางการแพทย์ถือว่าเป็นเรื่องซีเรียส เพราะการเลิกรานั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนคนหนึ่งได้
  • เมื่อใดก็ตามที่คนอกหักสามารถกลับมาพูดกับตัวเองได้ว่า ‘ฉันได้บางส่วนในชีวิตของฉันกลับคืนมา ซึ่งเป็นส่วนที่ฉันได้ทำหายไปในระหว่างความสัมพันธ์’ ความคิดนั้นมันบ่งชี้ว่าผู้นั้นเครียดน้อยลง เหงาน้อยลง และเขาหรือเธอไม่ได้จมลงไปกับความรู้สึกอกหักอีกต่อไป    
​     อกหักต้องทำอย่างไร?
​     ปัญหาโลกแตกที่ไม่ว่าจะสาวๆ หรือหนุ่มๆ คนไหนที่ไม่ว่าจะเข้มแข็งแค่ไหนก็คิดไม่ตก จัดการไม่ได้ด้วยกันทั้งนั้น ก็คนมันเคยมีแฟน มีคนเคยกินข้าว ดูหนังด้วยกันทุกวัน วันหนึ่งต้องกลับมาอยู่คนเดียวจะไม่ให้เศร้าได้อย่างไร

​     “การทำงานของประสาทของผู้ที่ ‘ตกหลุมรัก’ คล้ายกับของผู้ที่มีอาการติดยาเสพติด คุณจะมีความต้องการจัดการกับอาการเสพติดนั้นด้วยการอยู่ท่ามกลางคนที่คุณรัก ฉะนั้นการ ‘เลิกรา’ จึงก่อให้เกิดอาการรุนแรงไม่ต่างจากการเลิกยาเสพติด...”
​     “คนส่วนใหญ่มักมีความคิดว่า ‘ก็แค่เลิกกัน มันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอก’ ในขณะที่ความเป็นจริง มันเป็นเรื่องใหญ่ในทางอารมณ์ และการ ‘เลิกรา’ นั้นสามารถเป็นปัจจัยความเสี่ยงของการเกิดโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นเรื่องซีเรียส แน่นอนว่าการเลิกรานั้นส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนคนหนึ่งได้”
​     ไบรอัน เบาต์เวลล์ (Brian Boutwell), นักจิตวิทยาพฤติกรรม จากมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์  

​     เคที โบเกน (Katie Bogen) นักเขียนสาวจากเว็บไซต์ vox.com ได้เขียนเล่าประสบการณ์การอกหักครั้งล่าสุดของเธอจากแฟนที่คบและใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานาน ในบทความ The 7 Things I Did to Get Over The Breakup -- and Why Research Says They Work โดยเคทีได้ลองทำกิจกรรม 7 อย่างที่เชื่อว่าดีต่อใจ และปรึกษากับนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องความสัมพันธ์โดยเฉพาะ เพื่ออธิบายพฤติกรรมความรู้สึกของเธอด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อเข้าใจตัวเองและหาทางออกที่เหมาะสมให้กับตัวเองได้อย่างดีขึ้น  
 

คุณอาจจะอยากหามุมอยู่คนเดียวมาเช็กโทรศัพท์ด้วยความหวังว่าแฟนเก่าของคุณอาจจะติดต่อกลับมาก็ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ให้ออกไปข้างนอกหรือปาร์ตี้ซะ ฝืนออกไปก่อน วันหนึ่งคุณจะรู้สึกดีเอง

1. ออกไปปาร์ตี้ หรือตอบรับทุกอีเวนต์ที่ได้รับเชิญ
ความพึงพอใจ: 9/10

     หลังจากที่นั่งเศร้าอยู่กับตัวเองมานาน แน่นอนว่าบรรดาผองเพื่อนที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ก็จะต้องอยากชวนหากิจกรรมออกไปข้างนอก ทำชีวิตให้ร่าเริงมีชีวิตชีวาเป็นธรรมดา เราขอแนะนำว่าให้ลองลุกขึ้นมาจากเตียง ตอบรับอีเวนต์ทุกชนิดที่มีคนชวน หาเพื่อนใหม่ คุยกับคนแปลกหน้าในปาร์ตี้ แต่งตัวสวยๆ เต้นให้เต็มที่ เพราะอย่างน้อยการออกไปพบปะผู้คนบ้างเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะทำให้เราคิดว่า ‘โสด’ ไม่ได้จำเป็นต้องหมายความว่า เราต้องอยู่คนเดียวเสมอไป  
ข้อเสีย: เป็นเรื่องธรรมดาที่ทุกคนจะกระอักกระอ่วน ไม่สบายใจ ที่จะออกไปปาร์ตี้ข้างนอก ในช่วงแรกๆ ของการอกหัก การไปปาร์ตี้อาจจะทำให้คุณรู้สึกผิด หรือรู้สึกแย่เวลาพูดคุยกับคนใหม่ๆ ที่เจอในปาร์ตี้ บางทีคุณอาจจะอยากหามุมอยู่คนเดียวมาเช็กโทรศัพท์ด้วยความหวังว่าแฟนเก่าของคุณอาจจะติดต่อกลับมาก็ได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ให้ออกไปข้างนอกซะ ฝืนออกไปก่อน วันหนึ่งคุณจะรู้สึกดีเอง  
ความคิดจากผู้เชี่ยวชาญ: เกรซ ลาร์สัน (Grace Larson) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น  บอกว่าความต้องการที่จะตอบรับคำเชิญเหล่านั้น มันเกิดขึ้นมาจากความต้องการที่จะกู้คืนความมั่นใจในตัวเองหลังจากอกหัก
     ลาร์สันบอกอีกว่า “สิ่งหนึ่งที่ค้นพบจากการศึกษานี้คือ มันจะเป็นเรื่องดี เมื่อใดก็ตามที่คนอกหักสามารถกลับมาพูดกับตัวเองได้ว่า ‘ฉันได้บางส่วนในชีวิตของฉันกลับคืนมา ซึ่งเป็นส่วนที่ฉันได้ทำหายไปในระหว่างความสัมพันธ์’ ความคิดนั้นมันบ่งชี้ว่าผู้นั้นเครียดน้อยลง เหงาน้อยลง และเขาหรือเธอไม่ได้จมลงไปกับความรู้สึกอกหักอีกต่อไป”   
 

การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมากหลังจากคุณเลิกกับแฟน
ที่สำคัญคือการนอนให้เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ดีต่อจิตใจของคุณมากกว่าการพยายามออกกำลังกายเสียอีก

2. หันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายและกินอาหารที่มีประโยชน์
ความพึงพอใจ: 7/10

     การหันกลับมาดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่จำเป็นมากหลังจากที่ต้องผ่านช่วงเวลาร้ายๆ หนึ่งกิจกรรมที่คุณควรลองทำคือ การเปลี่ยนแปลงตัวเอง หันมาออกกำลังกาย กินคลีน หรืออาหารที่มีประโยชน์ เพราะนอกจากจะได้สุขภาพที่ดีกลับมาแล้ว หุ่นดีขึ้น ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความมั่นใจให้คุณด้วยไม่ใช่หรือ?
ข้อเสีย: ทิปส์ของการทำกิจกรรมไปยิมและหันมาเปลี่ยนบรรยากาศกินคลีน คือห้ามทำคนเดียว คุณจะต้องหาเพื่อนไปยิมด้วย และชวนเพื่อนมากินคลีนด้วยกัน เพราะว่าหากวันดีคืนดีหลังจากที่ไม่ชอบออกกำลังกายเอาซะเลย หรือปกติไม่ชอบกินผัก แล้วลุกขึ้นมาบังคับตัวเอง มันจะยิ่งทำให้คุณหดหู่และเพิ่มความต้องการในการทำตามใจตัวเองให้มากขึ้นไปอีก ฉะนั้นหากต้องทำกิจกรรมเหล่านี้คนเดียว ก็หันมาดูแลตัวเองในแบบสปอยล์ตัวเองแบบ ไปนวด แช่น้ำอุ่น ทำผม ทำเล็บ กินอาหารอร่อยแต่มีประโยชน์ ไม่เอ็กซ์ตรีมกับชีวิตมากเกินไป จะได้ผลทางด้านจิตใจมากกว่า
ความคิดจากผู้เชี่ยวชาญ: เกรซ ลาร์สัน บอกว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญมากหลังจากคุณเลิกกับแฟน แต่มันมีสาระและวิธีการของมันอยู่ เช่น จัดตารางชีวิตของคุณให้เป็นระบบ พยายามกินอาหารให้ได้สามมื้อ ที่สำคัญคือการนอนให้เพียงพอ สิ่งเหล่านี้ดีต่อจิตใจของคุณมากกว่าการพยายามออกกำลังกายเสียอีก  
 

สิ่งที่คุณทำได้ก็คือการกลับไปหาคนอื่นที่คุยเคยมีความผูกพันด้วยในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ 

3. พบปะสังสรรค์กับเพื่อนเก่า
ความพึงพอใจ: 10/10 (ข้อนี้สำคัญมาก)

     ยิ่งคุณเป็นประเภทตัวติดกับแฟนตลอด 24 ชั่วโมง การได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่กับคนอื่นๆ ที่คุณรัก เช่น ครอบครัว แก๊งเพื่อน หรือเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอมานาน ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจด้วยกันทั้งสิ้น
ข้อเสีย: หากคุณกับเพื่อนรักไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน อาจจะต้องใช้ความพยายามพึ่งเทคโนโลยีสักหน่อย จัดเวลาโทรหากัน FaceTime หรือ Skype ได้ทั้งนั้น ข้อเสียของเรื่องนี้มีได้อย่างหนึ่งคือ คุณต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่า เพื่อนของคุณเขาก็มีชีวิตส่วนตัวของเขาเช่นกัน เช่น หากคุณกำลังงอแง แต่เขาไม่ว่าง นั่นมันไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่อยากให้คุณหายดี แต่เขาก็มีเรื่องที่ต้องจัดการเช่นกัน
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: ลาร์สันกล่าวว่า การเลิกรานั้นมีผลกระทบต่อระบบหนึ่งที่ในทางจิตวิทยาเรียกว่า ‘ระบบพึ่งพา’ ยกตัวอย่างเช่น เด็กทารกที่มีอาการติดแม่ เพราะในที่นี้สำหรับเด็กทารกแล้ว แม่ถือว่าเป็นผู้อุปถัมภ์คนแรก เช่นเดียวกันในวัยผู้ใหญ่ที่จะมีอาการ ‘ติด’ ใครสักคนเช่นกัน อย่างติดเพื่อนสนิทในวัยเด็ก และติดแฟนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ทีนี้จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณเลิกกับแฟน? เมื่อคุณไม่สามารถอยู่กับคนที่คุณติดได้แล้ว?
     สิ่งที่คุณทำได้ก็คือการกลับไปหาคนอื่นที่คุยเคยมีความผูกพันด้วยในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ เช่น เพื่อนสนิทในวัยเด็ก ครอบครัว หรือแม้กระทั่งแฟนเก่าคนก่อนหน้า   
 

ขณะที่ทุกคนรู้ว่าคุณเพิ่งกลับมาโสดอีกครั้ง ก็เป็นเรื่องปกติถ้าคุณจะยิ่งพยายามทำให้ตัวเองกลับมาสวยอีกครั้ง

4. ตัดผม เปลี่ยนลุค
ความพึงพอใจ: 6/10

     การตัดผมเปลี่ยนลุคหลังจากอกหักดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องตลกอีกต่อไป เมื่อความพึงพอใจของเคทีหลังจากที่ได้ลองกับตัวเองขึ้นมาถึง 6/10 และแน่นอนว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่คุณควรรับไว้พิจารณาเมื่อเกิดอาการอกหัก เพราะเรื่องนี้ก็มีคำอธิบายในทางจิตวิทยาเช่นกัน  
ข้อเสีย: ข้อเสียเพียงข้อเดียวจากเรื่องนี้คือ การที่คุณอาจจะรู้สึกตกใจ พารานอยด์ ไม่เซลฟ์ ไม่พอใจกับผมทรงใหม่ เพราะคุณทำผมทรงเก่ามาตั้งนานนี่นา แต่จำไว้ว่าความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นแน่นอน แต่จะเกิดขึ้นเพียงแค่ชั่ววูบ เพราะคุณยังไม่ชินเท่านั้นเอง
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: ลาร์สันอธิบายพฤติกรรมนี้ทั้งในทฤษฎีวิวัฒนาการและการสร้างตัวเองใหม่ว่า ในขณะที่ทุกคนรู้ว่าคุณเพิ่งกลับมาโสดอีกครั้ง มันเป็นเรื่องที่แน่นอนว่าคุณจะต้องยิ่งพยายามทำให้ตัวเองกลับมาสวยอีกครั้ง และการสร้างตัวตนใหม่ สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับตัวเองก็เป็นสิ่งที่คุณทำได้  
 

ในระยะยาวแล้วการบล็อกแฟนเก่าของคุณนั้นเป็นเรื่องที่ดี
เพราะการไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับเขาอีกย่อมทำให้คุณเจ็บน้อยกว่าการเห็นเขามีแฟนใหม่

5. บล็อกแฟนเก่าในทุกโซเชียลมีเดีย
ความพึงพอใจ: 7/10

     อย่าคิดว่าการบล็อกแฟนเก่าเป็นเรื่องงี่เง่า อะไรกันแค่เลิกกันถึงกับต้องบล็อกกันเลยเหรอ? แต่ขอให้มองถึงการเลือกทำสิ่งที่ดีที่สุดกับสภาพจิตใจเราดีกว่า เพราะการเลือกที่จะบล็อกเขาไปในทุกทางนั้นมันเป็นการลดโอกาสที่เราจะต้องเจอกับโพสต์บาดใจทั้งหลาย และแน่นอนว่ามันยังเป็นการลดโอกาสที่ตัวเราเองเนี่ยแหละจะ ‘ตั้งใจโพสต์’ อะไรก็ตามที่เป็นการประชดประชันด้วยเจตนาที่อยากให้เขามาเห็น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อสุขภาพใจทั้งนั้น
ข้อเสีย: เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใช้ความกล้าหาญสูงมาก เพราะจากคนที่เคยอยู่ในชีวิตกันทุกวัน จะให้ตัดขาดกันออกไปทุกๆ ทางแบบนี้ แน่นอนว่าคุณย่อมต้องรู้สึกว่าเป็นเรื่องใจหาย และลึกๆ แล้วคุณเองก็ยังจะมีความห่วงหาอาทร อยากรู้ความเป็นไปของเขาอยู่ดี ซึ่งบอกได้เลยว่า อดทน… ในระยะยาวแล้วการบล็อกแฟนเก่าของคุณนั้นเป็นเรื่องที่ดี เพราะการไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับเขาอีกย่อมทำให้คุณเจ็บน้อยกว่าการเห็นเขามีแฟนใหม่ หรือการที่ยังหมกมุ่นเรื่องของเขาเป็นแน่ หรือไม่จริง?
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: สำหรับพฤติกรรมนี้ ลาร์สันยกตัวอย่างงานวิจัยของอาจารย์จากมหาวิทยาลัยไวโอมิงที่ว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ที่ระบุว่า “การตั้งใจโพสต์ชีวิตใหม่ที่ดี (แล้วคาดหวังให้แฟนเก่ามาเห็น) นั้นคือการบริหารความประทับใจ  และการบล็อกเขาไปเลยนั้นเป็นกระบวนการ ‘การถอน’ ซึ่งทั้งสองพฤติกรรมล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำที่เรียกว่า การกำหนดเรื่องราวด้วยตัวเอง หรือเป็นกลยุทธ์ที่ใช้เพื่อบอกว่าฉันเป็นผู้ชนะในการเลิกกันครั้งนี้นะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำไปเพื่อแสดงให้ตัวเองหรือคนรอบข้างได้เห็นว่าคุณสามารถผ่านการเลิกราครั้งนี้ไปได้”    
 

การเดตกับคนใหม่ๆ อาจจะให้ข้อคิด หรือทำให้คุณมองเห็นบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์เก่าที่คุณไม่เคยมองเห็นมาก่อน 

6. ออน Tinder แล้วออกไปเดตอีกครั้ง
ความพึงพอใจ: 4/10
     
ต้องบอกก่อนว่าด้วยความที่งานเขียนชิ้นนี้เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ซึ่งสาวๆ หนุ่มๆ ส่วนใหญ่นิยมเล่น Tinder หรือ dating apps ต่างๆ เป็นเรื่องปกติ ข้อนี้จึงเป็นเรื่องแล้วแต่คนว่าจะทดลองดาวน์โหลดแอปพลิเคชันนี้มาลองเล่นดูหรือไม่ แต่ใจความหลักๆ ของข้อนี้ คือการเลิกเศร้า แล้วออกไปเดตกับคนใหม่ๆ ส่วนจะด้วยวิธีไหน อันนี้ต้องแล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน   
ข้อเสีย: แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคนที่จะรู้สึกสบายใจร้อยเปอร์เซ็นต์กับการออกไปเดตกับคนใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งมี casual sex กับคนอื่นได้ โดยเฉพาะเมื่อเพิ่งก้าวออกจากความสัมพันธ์ได้เพียงไม่นาน การลองอาจจะทำให้คุณยิ่งรู้สึกผิด สับสน และบางทีก็อาจจะอับอาย แต่หากนี่เป็นหนึ่งวิธีที่ทำให้พบและพูดคุยกับคนใหม่ๆ และ casual sex ไม่ใช่สไตล์ของคุณ ก็อาจจะเริ่มจากกินข้าว ดื่มกาแฟ หากิจกรรมเดตที่เป็นตัวเอง ไม่แน่ในสิบครั้งคุณอาจจะเจอเพื่อนใหม่ดีๆ สักคนก็เป็นได้
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: ไบรอัน เบาต์เวลล์ จากมหาวิทยาลัยเซนต์หลุยส์บอกว่า การเดตทันทีหลังจากที่เลิกกับคนเก่าเป็นเรื่องที่มีข้อดีอยู่สองอย่างคือ ข้อแรก มันจะทำให้คุณรู้ว่ายังมีผู้คนอีกมากในโลกใบนี้ให้มอง ความจริงข้อนี้จะช่วยให้คุณทำใจได้ และข้อสองคือ การเดตกับคนใหม่ๆ อาจจะให้ข้อคิด หรือทำให้คุณมองเห็นบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์เก่าที่คุณไม่เคยมองเห็นมาก่อน และนั่นอาจจะทำให้คุณสองคนมีโอกาสกลับมารักกันอีกครั้ง หรือทำใจได้ที่เลิกกันไป แถมอีกอย่างคือยังเป็นการเพิ่มโอกาสให้คุณเจอกับรักครั้งใหม่อีกด้วย
 

ผู้หญิงที่สวยและทำงานเก่ง มักจะดูฮอตมากขึ้นกว่าเดิม หรือไม่จริง?

7. ใส่ใจมุ่งมั่นกับการทำงาน
ความพึงพอใจ: 10/10

     มีคำกล่าวว่าเมื่อคนโชคดีในเรื่องความรัก คุณมักจะไม่โชคดีนักเรื่องงาน และข้อความนี้ก็ยังเป็นจริงในทางกลับกัน จริงอยู่ว่าคนบางคนอาจจะโชคดีได้หมดทั้งรักทั้งงาน แต่หากคุณไม่ใช่คนคนนั้น เมื่อผิดหวังในเรื่องความรักแล้ว ทำไมไม่ให้โอกาสตัวเองกลับมาเฉิดฉายในเรื่องงานแทนดูล่ะ
ข้อเสีย: ไม่มีข้อเสียแน่นอนในเรื่องนี้!
ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ: การอกหักหรือเลิกรากับคนรักมักจะทำให้คนคนหนึ่งเสียการทรงตัว คุณจะรู้สึกเหมือนเสียอำนาจในการควบคุมบางอย่างไป ทีนี้การกลับมาจริงจังเรื่องงาน นอกจากมันจะช่วยคืนพลังอำนาจในการควบคุมบางอย่างแก่คุณ มันยังทำให้คุณดูมีเสน่ห์ มีคุณค่ามากขึ้นอีกด้วย ผู้หญิงที่สวยและทำงานเก่ง มักจะดูฮอตมากขึ้นกว่าเดิม หรือไม่จริง?
จริงอยู่ว่าการทำใจกับการสูญเสียคนที่เราเคยรักมากๆ ไปนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องที่ทำกันได้ง่ายๆ และทางออกหรือวิธีการแก้ปัญหาทุกแบบไม่ได้เหมาะกับทุกคน เพราะเราต่างก็มีความซับซ้อนในด้านอารมณ์ที่แตกต่างกันด้วยกันทั้งนั้น

     แต่แน่นอนว่าการมัวแต่โศกเศร้าเสียใจ ร้องไห้กลางสายฝน ฟังเพลงเศร้าบนแท็กซี่ หรือตะโกนร้องเพลงของ Greasy Cafe ในห้องน้ำวนไปทั้งวัน ย่อมไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเช่นกัน หากเราเชื่อว่าคนที่เข้ามาในชีวิตเราต่างเข้ามาเพื่อเป็นของขวัญ หรือเพื่อให้บทเรียน การลองทำอะไรใหม่ๆ ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน
     หยุดเศร้า! ลุกขึ้นมาปาดน้ำตา แล้วลองทำอะไรใหม่ๆ ย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่า
     หรือไม่จริง?

ภาพประกอบ: Karin Foxx