HIGHLIGHTS:

  • ทุกๆ เดือน หลังจากเกิดอาการเมาค้าง นักดื่มจะนอนไม่หลับอย่างน้อย 1 วัน หากเฉลี่ยแล้วในช่วงชีวิตหนึ่งๆ พวกเขาจะเสียเวลาไปมากกว่า 724 วัน หรือประมาณ 2 ปี
  • Healthspan เชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะนิยมดื่มกันมากในช่วงเทศกาล ทั้งยังกล่าวอีกด้วยว่า ผู้หญิงมีประสิทธิภาพในการเผาผลาญแอลกอฮอล์ได้น้อยกว่าผู้ชาย
     เห็นทีคุณนักดื่มสายแข็งคงจะต้องเปลี่ยนความคิดกันเสียใหม่แล้วล่ะ เมื่อผลสำรวจจากเว็บไซต์อย่าง Healthspan เผยว่า ‘ทั้งชีวิตคนเราเสียเวลาไปกับการเมาค้างถึง 2 ปี!’
     เว็บไซต์ด้านสุขภาพและโภชนาการออนไลน์ในสหราชอาณาจักรอย่าง Healthspan ได้ทำการสำรวจข้อมูลจากกลุ่มนักดื่ม (อายุ 18 ปีขึ้นไป) ในสหราชอาณาจักรจำนวน 2,000 คน และพบว่าทุกๆ เดือน หลังจากที่เกิดอาการเมาค้าง นักดื่มจะนอนไม่หลับอย่างน้อย 1 วัน ซึ่งหากเฉลี่ยแล้วในช่วงชีวิตหนึ่งๆ พวกเขาจะเสียเวลาไปมากกว่า 724 วัน หรือประมาณ 2 ปีนั่นเอง

ดื่มเท่าไหร่ถึงไปเร็ว     
     นอกจากนี้ผลสำรวจยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วยว่า ในจำนวนผู้ตอบแบบสอบถามทุกๆ 20 คน จะมีนักดื่มจำนวน 1 คน ที่เกิดอาการแฮงก์มากกว่า 6 ครั้งต่อเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันหยุด
     ทั้งนี้ ดอกเตอร์ ซาราห์ บริวเวอร์ (Dr. Sarah Brewer) ผู้เชี่ยวชาญโภชนาการทางการแพทย์ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส บรรดานักดื่มในสหราชอาณาจักรทั้งหลายจะดื่มไวน์มากกว่า 30 แก้ว และดื่มเบียร์มากถึง 22 ไพนต์ เลยทีเดียว
     ด้านวิทยาลัยแพทย์อเมริกัน (American College of Physicians หรือ ACP) ชี้ว่า สำหรับผู้ชายทั้งหลาย การดื่มค็อกเทลขนาดมาตรฐานจำนวน 5-7 แก้ว ภายในระยะเวลา 4-6 ชั่วโมง มักจะทำให้พวกเขาเกิดอาการเมาค้าง
     ในขณะที่ผู้หญิง ค็อกเทลเพียงแค่  3-5 แก้วก็เพียงพอจะทำให้พวกคุณรู้สึกแย่หลังตื่นนอนในตอนเช้าแล้ว
     ACP เชื่อว่าสาเหตุที่เป็นเช่นนั้น เนื่องจากกระบวนการเผลาผลาญแอลกอฮอล์ของผู้หญิงจะมีประสิทธิภาพน้อยกว่าผู้ชาย ไม่ใช่สาเหตุของรูปร่าง หรือน้ำหนักตัวแต่อย่างใด
     ทั้งนี้กระบวนการเผาผลาญแอลกอฮอล์ของมนุษย์แต่ละคนก็มีประสิทธิภาพที่ไม่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านร่างกาย พันธุกรรม ฯลฯ
     ฝั่ง Blowfish บริษัทผู้ผลิตยารักษาอาการเมาค้างกล่าวว่า “กว่า 50% ของคนที่ดื่มสารภาพว่า พวกเขาไปทำงานทั้งๆ ที่ยังไม่สร่างจากอาการเมาค้าง”

น้ำเปล่า อากาศบริสุทธิ์ และยาแก้ปวด สามประสานแก้แฮงก์ยอดนิยม
     Morning Advertiser เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์สถานบันเทิงในสหราชอาณาจักรเชื่อว่า ‘น้ำเปล่า’ คือตัวช่วยในการรักษาอาการเมาค้างได้ดีที่สุด ตามมาด้วยอากาศที่บริสุทธิ์ ยาเเก้ปวด และการอาบน้ำ
     ขณะที่คนแฮงก์จำนวน 3 ใน 10 คน จะรู้สึกอยากกินอาหารที่มีรสชาติเค็ม เช่น อาหารทอด เเซนด์วิชเบคอน และพิซซ่า
     ครั้งหนึ่ง งานวิจัยจาก Centre for Life มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล ก็เคยค้นพบว่าแซนด์วิชเบคอนมีส่วนช่วยรักษาอาการแฮงก์ได้ เพราะไปกระตุ้นสารเอมีน (Amines) ที่มีส่วนช่วยให้หายปวดหัว (อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ผลวิจัยระบุ แซนด์วิชเบคอนแก้ ‘แฮงก์’ ได้!?)
     โดยวิธีการอื่นๆ ที่ได้รับการทดสอบมาแล้วว่ามีส่วนช่วยบรรเทาอาการเมาค้างคือ การนอนหลับพักผ่อน การกินอาหารจำพวกย่างหรืออบ และการกินขนมปังกรอบคู่กับช็อกโกแลต

10 อันดับประเทศนักดื่มปี 2016 คนไทยดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ย 7.1 ลิตร/ปี
     Telegraph สำนักข่าวชื่อดังจากสหราชอาณาจักรได้เผยรายชื่อ 10 ประเทศที่มีอัตราการดื่มแอลกอฮอล์เฉลี่ยมากที่สุดในปี 2016 ดังนี้
     อันดับ 10 สโลวาเกีย (Slovakia) อัตราการดื่มเฉลี่ย 13 ลิตร/ปี
     อันดับ 9 สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) อัตราการดื่มเฉลี่ย 13 ลิตร/ปี
     อันดับ 8 ฮังการี (Hungary) อัตราการดื่มเฉลี่ย 13.3 ลิตร/ปี
     อันดับ 7 อันดอร์รา (Andorra) อัตราการดื่มเฉลี่ย 13.8 ลิตร/ปี
     อันดับ 6 ยูเครน (Ukraine) อัตราการดื่มเฉลี่ย 13.9 ลิตร/ปี
     อันดับ 5 โรมาเนีย (Romania) อัตราการดื่มเฉลี่ย 14.4 ลิตร/ปี
     อันดับ 4 รัสเซีย (Russia) อัตราการดื่มเฉลี่ย 15.1 ลิตร/ปี
     อันดับ 3 ลิทัวเนีย (Lithuania) อัตราการดื่มเฉลี่ย 15.4 ลิตร/ปี
     อันดับ 2 มอลโดวา (Moldova) อัตราการดื่มเฉลี่ย 16.8 ลิตร/ปี
     อันดับ 1 เบลารุส (Belarus) อัตราการดื่มเฉลี่ย 17.5 ลิตร/ปี
     ส่วนประเทศไทยมีอัตราการดื่มแอลกอฮอล์ที่ 7.1 ลิตร/ปีเท่านั้น ซึ่งหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ไทยจะมีอัตราการดื่มอยู่ในระดับปานกลาง    

ภาพประกอบ: Nisakorn Rittapai​
อ้างอิง:
     - http://www.morningadvertiser.co.uk/Drinks/Beer/Brits-waste-724-days-being-hungover
     - http://www.foxnews.com/food-drink/2016/12/16/poll-finds-people-who-drink-spend-two-years-their-lives-hungover.html?refresh=true
     - http://www.telegraph.co.uk/travel/maps-and-graphics/Countries-according-to-alcohol-consumption