SEIZE THE MOMENT

HIGHLIGHTS:

  • บาร์เทนเดอร์ชาวอิตาเลียน Michele Montauti วางมือจากการเป็น Bar Manager ที่ The House on Sathorn มาเปิดบาร์ใหม่บนถนนปั้น
  • Mikys เน้นค็อกเทลรสชาติสดชื่น ใช้วัตถุดิบที่เป็นผลไม้สด สมุนไพร และดอกไม้ เพื่อเพิ่มมิติให้ค็อกเทลมีรสชาติและกลิ่นที่สดชื่น
  • บาร์ตั้งอยู่ด้านหน้าร้านอาหารอิตาเลียนชื่อ Opus Wine Bar และใช้พ่อครัวคนเดียวกัน แต่เน้นอาหารจานเล็กรับประทานง่ายและหลากหลายเชื้อชาติ 

WHAT YOU SHOULD KNOW

    เรารู้จัก Michele Montauti (มิเคเล มอนตาติ) ครั้งแรก เมื่อเขาร่วมงานกับ Celebrity Mixologist Joseph Boroski ที่ค็อกเทลบาร์ลึกลับ J. Boroski ก่อนที่มอนตาติจะมายืนตำแหน่ง Bar Manager ที่ The House on Sathorn จนกระทั่งเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา มอนตาติก็แนะนำให้เรารู้จักกับโปรเจกต์ใหม่ล่าสุดที่เกิดจากไอเดียการทำงานร่วมกันกับร้านอาหารอิตาเลียน Opus Wine Bar ที่ต้องการทำให้พื้นที่บนถนนปั้นแห่งนี้เป็นเหมือน Complex เล็กๆ ที่นำเสนอทางเลือกหลากหลายให้กับลูกค้า โดยสามารถรับประทานแอปพิไทเซอร์ และเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยก่อนเข้าไปรับประทานอาหารเย็น หรือว่าจะมาปาร์ตี้หลังมื้ออาหารก็ได้ทั้งหมด
    ถ้ามองจากด้านนอก Mikys อาจดูเหมือนร้านอาหารมากกว่าบาร์ ด้วยความที่กำแพงทั้ง 3 ด้านเป็นกระจก และใช้ไฟสีธรรมชาติ ไม่ทำให้บรรยากาศมืดเหมือนบาร์อื่นๆ แต่เมื่อตรวจสอบรายการเหล้าจำนวนมากหลังบาร์และโซฟาสีดำขนาดใหญ่แล้ว เราจะรู้ได้ทันทีว่าไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการนั่งพักบนโซฟาสบายๆ จิบดริงก์อร่อยๆ หลังวันทำงานที่ยาวนาน และ Mikys ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากทีเดียว

EAT THIS
    เชฟ Davide Calo (ดาวิเด คาโล) แห่งร้านอาหาร Opus เป็นคนกำกับเมนูที่นี่ แต่จะเน้นเป็นจานเบาๆ รับประทานง่ายและเข้ากันได้ดีกับค็อกเทล และรวบรวมเมนูนานาชาติพร้อมวัตถุดิบชั้นดีให้เลือกครบ ไม่เหมือนที่ Opus ที่เน้นอาหารอิตาเลียนเป็นหลักเพียงอย่างเดียว

  • ไฮไลต์หลักของที่นี่คือ Ibérico Bellota Ham (790 บาท/80 กรัม) จากอิตาลี ที่ได้ชื่อว่าเป็นแฮมที่แพงที่สุดในโลก เพราะรสชาติที่นุ่มนวลจากการหมักเป็นเวลานานถึง 42 เดือน!
  • หากชื่นชอบอาหารทะเลสด แนะนำ หอยนางรม Fine de Claire (B490/4 pieces) จากฝรั่งเศสที่นำเข้ามาทุกอาทิตย์ และถ้าชอบแซลมอน Salmon Cube (290 บาท) ที่ใช้แซลมอนจากนอร์เวย์หั่นชิ้นลูกเต๋า เสิร์ฟเป็นคำพร้อมหัวหอมผัด (Caramelized Onion) ส้ม สตรอว์เบอร์รี และซอสบัลซามิก ที่ทำให้เป็นลูกเล็กๆ คล้ายคาเวียร์ ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
  • อาหารจานร้อนที่อิ่มท้องขึ้นมาอีกนิด หนักไปทางครัวเม็กซิกัน เช่น Beef Fajitas (490 บาท) เนื้อเทนเดอร์ลอยด์จากออสเตรเลียหั่นสไลซ์ ผัดกับพริกหวาน มะเขือเทศ และซอสน้ำผึ้งมัสตาร์ด หรือ Quesadilla (290-390 บาท) แป้งตอร์ติญา สอดไส้ไก่ย่าง พริกหวาน เชดดาร์ชีส กัวคาโมเล และซอสมะเขือเทศซัลซา
DRINK THIS
    มอนตาติเคยฝากฝีมือไว้ที่ The House on Sathorn ซึ่งนั่นทำให้เรารู้ว่าเขาชอบเล่นกับสมุนไพรและดอกไม้ เหมือนยกสวนหลังบ้านมาไว้หลังบาร์ เพื่อสร้างสรรค์ค็อกเทลแบบ customised หรือสูตรซิกเนเจอร์ทั้ง 5 ที่เบสด้วยเหล้าชนิดต่างๆ กัน 5 ชนิด

  • เราเริ่มจาก Meticulous (340 บาท) แก้วนี้ใช้วิสกี้เป็นส่วนผสมหลัก แต่ถูกออกแบบให้สดชื่นและดื่มง่ายขึ้นด้วยน้ำแตงโมสด น้ำเชื่อมกลิ่นอบเชย ช็อกโกแลตบิตเตอร์ เสิร์ฟพร้อมมาร์ชเมลโล ให้ความเป็นขนมหวาน เหมาะกับการดื่มหลังอาหาร
  • Julie (340 บาท) ค็อกเทลสายหอมหวานมีเหล้าจินเป็นส่วนผสมหลัก ผสมกับเวอร์มุท ชาเอิร์ลเกรย์ น้ำเชื่อมกลิ่นมะลิ น้ำมะนาว และไข่ขาว เมื่อเชกจนเย็นได้ที่ เสิร์ฟในแก้วค็อกเทล แต่งด้านบนด้วยไทม์และดอกมะลิ สองอย่างนี้วางรวมกันให้กลิ่นที่สดชื่นมากก่อนจิบ
  • แก้วสุดท้ายชื่อ In Pan Road (340 บาท) แก้วนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากสีสันและความคึกคักของถนนปั้นในตอนกลางวัน ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทยและอินเดียจากวัดแขกทางด้านหน้า ทั้งยังมีชุมชนชาวพม่าอาศัยอยู่มากใกล้สถานทูต โดยมอนตาติเลือกเหล้ารสชาติดุเดือดอย่างเตกีลาเป็นส่วนผสมหลัก ตามด้วยเหล้าหวานกลิ่น Elder Flower น้ำทับทิม น้ำเชื่อมโรสแมรี น้ำมะนาว เซเลอรี และบิตเตอร์   
PROMOTION
    ทุกวันช่วงเวลา 18:00-20:00 น. ทางร้านจัดโปรโมชัน ซื้อ 1 แถม 1 ส่วนสาวๆ ห้ามพลาดวันเสาร์ Ladies’ Night ที่สาวๆ ทุกคนจะได้รับค็อกเทลแบบ Free Flow ตั้งแต่เวลา 20:00-23:00 น.

Open: 18:00-01:00 น. | จันทร์-เสาร์
Address: อาคาร Opus, 64 ถนนปั้น
Tel: 0 2637 8368
Budget: 340 บาท สำหรับค็อกเทล 1 แก้ว
Parking: จอดรถภายใน