HIGHLIGHTS:

  • ทีมงานเดิมจาก Bao & Buns เปลี่ยนร้านเดิมให้กลายเป็นบาร์ค็อกเทลที่ถ่ายทอดกลิ่นอายเอเชียนในทุกส่วนอย่างลงตัว

    Dim Dim ร้านค็อกเทลน้องใหม่ย่านสุขุมวิท ที่ถ่ายทอดความหลงใหลในวัฒนธรรมเอเชียลงในดีไซน์ อาหาร และค็อกเทล พร้อมชวนคุณมาจิบค็อกเทลกลิ่นสมุนไพรเคล้าไปกับโจ๊กฮ่องกงร้อนๆ ที่ฟังดูเพียงอย่างเดียวอาจนึกไม่ออก แต่ลองแล้วจะติดใจ    



What You Should Know
​     หลังจากที่ร้านอาหาร Bao & Buns ได้ปิดตัวลงไป ทีมงานเบื้องหลังก็ได้ปัดฝุ่นโลเคชันเดิมในซอยสุขุมวิท 33 ให้กลับมาอีกครั้งในคอนเซปต์ใหม่ แต่ยังคงสไตล์ ‘เอเชีย’ ในแบบที่พวกเขาชอบอยู่เช่นเดิม เริ่มตั้งแต่ดีไซน์การตกแต่งในแบบ Modern Asian ที่เสริมสร้างบรรยากาศบาร์เล็กกะทัดรัดแห่งนี้ด้วยของตกแต่งอย่าง แมวนำโชค กาน้ำชาจีน พัด แก้ว จานชามที่ใช้เสิร์ฟ รวมไปถึงทางฝั่งค็อกเทลที่ใช้ สมุนไพรจีนเป็นส่วนผสมหลักในการทำเครื่องดื่มแต่ละแก้วด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดเกิดจากทีมงาน Bao & Buns เดิมร่วมมือกับทีมงานจากร้านอาหารไทย บ้านหญิง และทีมมิกโซโลจิสต์จาก Sugar Ray     

 
 
EAT THIS
​     เมนูที่นี่เน้นอาหารจีนที่รับประทานสะดวกในบาร์แบบกึ่งๆ เป็น Bar Food แต่กินอิ่ม ไว้รองรับลูกค้าที่อาจจะยังไม่ได้กินอาหารเย็น หรืออยากหาอะไรกินร้อนๆ หลังดื่ม​

  • เมนูที่ร้านแนะนำเราเป็นพิเศษคือ HK Porridge (220 บาท) หรือโจ๊กฮ่องกง เวลาบอกว่ากินโจ๊กในร้านเหล้า อาจฟังดูแปลกสักหน่อย แต่หลังจากลองกินโจ๊กหมูร้อนๆ เนื้อเนียนมากถ้วยนี้ พบว่า เหมาะมากๆ สำหรับเอาไว้ปิดท้ายยามค่ำคืนก่อนกลับบ้าน
  • อีกหนึ่งเมนูเป็นจานที่เหมาะกับการแกล้มเหล้าคือ Skinny Chicken with Green Hot Sauce (160 บาท) หรือไก่นึ่งกับสมุนไพรจีน จานนี้หอมสมุนไพรมาก เนื้อนุ่มรสชาติติดเค็มนิดๆ กินคู่กับซอสเผ็ดซีฟู้ดผสมต้นหอมสับ หรือถ้าชอบกินหมูแผ่นต่างๆ ก็มีตัวเลือกเป็น Savory Platter (320 บาท) หรือหมูแผ่น 4 ชนิดให้สั่งได้เช่นกัน     
  

DRINK THIS
​     นอกจากอาหารและการตกแต่ง นักแสดงนำของ Dim Dim คือเมนูค็อกเทลที่ดึงเอาสมุนไพรจากครัวจีนเข้ามาเป็นส่วนประกอบหลัก เมนูเครื่องดื่มมีให้เลือกสองสไตล์คือ Signature Cocktail ที่หยิบคลาสสิกค็อกเทลที่เป็นที่รู้จักอยู่แล้วมาปรับโฉมด้วยการใช้สมุนไพร กับอีกโซนคือเหล้าที่หมักกับสมุนไพร ให้เลือกดื่มแบบออนเดอะร็อก หรือผสมโทนิก
 


​     แก้วแรกเป็นเครื่องดื่มสีหวานชื่อ Rosella Clover Club (280 บาท) ที่ดัดแปลงมาจากคลาสสิกค็อกเทลที่ชื่อ Clover Club ใช้เหล้าจินหมักกับกระเจี๊ยบ ผสมกับน้ำเชื่อมโฮมเมด มะนาว และเพิ่มเท็กซ์เจอร์ด้วยไข่ขาว ดื่มง่ายตามสไตล์ค็อกเทลแบบซาวร์ (sour)    


 
​     แต่ถ้าใครชอบวิสกี้ หรือ เบอร์เบิน ซาวร์ แนะนำให้ลอง Oolong & Orange Sour (280 บาท) แก้วนี้ใช้ชาอู่หลงและส้มไปหมักกับเหล้าเบอร์เบิน ก่อนผสมกับน้ำเชื่อม มะนาว และไข่ขาว เสิร์ฟในแก้วน้ำชาจีน โรยด้านบนด้วยงาดำ หอมชาและเบอร์เบินไปพร้อมๆ กัน  


​     อีกหนึ่งแก้วที่อยากให้ลองคือ Bakkwa Old Fashioned (340 บาท) หรือคลาสสิกค็อกเทลตัวที่รู้จักกันดีอย่าง Old Fashioned นำมาปรับใหม่ด้วยการนำเหล้าเบอร์เบินไปหมักไว้กับโรสแมรีก่อนนำมาชง ก่อนเสิร์ฟคู่กับหมูแผ่นและหยดน้ำมันงาที่นำไปผัดกับพริกแห้ง แก้วนี้ติดขมจากโรสแมรี แนะนำให้กัดหมูแผ่นก่อนจิบจะได้รสชาติใหม่ที่น่าสนใจ
 
 

    สำหรับอีกโซนของเครื่องดื่ม ทางร้านจะนำเหล้าต่างๆ ทั้ง จิน เตกีลา และ เบอร์เบินไปหมักไว้กับสมุนไพรต่างๆ แล้วให้เราเลือกได้ว่าจะผสมกับอะไร อย่างแก้ว Salted Plum Gin Tonic (280 บาท) คือเหล้าจินที่นำไปหมักไว้กับบ๊วยเค็ม แนะนำให้สั่งกับโทนิกเพื่อเพิ่มความสดชื่น หรือใครชอบแนวออนเดอะร็อก เบอร์เบินหมักกับชาอู่หลงและส้มก็ดูเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย

DIM DIM
Open: จันทร์-เสาร์ 18:30-01:30 น.
Address: 27/1 สุขุมวิท ซอย 33  
Tel: 0 2085 2788
Budget: ค็อกเทลเริ่มต้นที่ 260 บาท
Parking: มีที่จอดรถข้างร้าน และริมถนน   
Map: