HIGHLIGHTS:

  • รถติด ถนนไม่พอ ขยายไม่ได้ “ลงใต้ดินสิครับ” อีลอน มัสก์ กล่าว
  • ระบบทางด่วนพิเศษใต้ดินของมัสก์ไม่ได้มีอุโมงค์แค่ระดับเดียว แต่ขุดซ้อนกันหลายสิบระดับ
  • รถยนต์บนทางด่วนใต้ดินจะวิ่งสู่งจุดหมายด้วยความเร็วราว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
     เช้ามา...รถติด เย็นมา...รถติด ฝนตก...รถโคตรติด มีอุบัติเหตุ...รถโคตร...โคตรติด
     นี่เป็นเสียงในใจและนอกใจของคนขับรถและนั่งรถทั้งหลายในกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่เช้าตรู่วันจันทร์จนถึงดึกดื่นของวันศุกร์ แถมเสาร์อาทิตย์บางสัปดาห์ที่มีมหกรรมตามห้างฯ
     แต่ไม่นานมานี้ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีนักประดิษฐ์ของโลก ต้นแบบ โทนี สตาร์ก แห่ง Iron Man ได้ชี้ทางออกบรรเจิดเหมือนไอเดียแปลกใหม่ทั้งหลายของเขา ซึ่งแรกฟัง คนมักจะเถียงในใจดังๆ ว่า ‘เป็นไปไม่ได้!’
     เขาเคยเสนอรถที่ขับเคลื่อนด้วยตัวมันเอง ฟังดูเก๋ดี แต่ถนนมีไม่พอ ข้างหน้าติด ข้างหลังติด ข้างๆ ติด ขึ้นบนทางด่วนยิ่งติดหนึบ ไปทางไหนดี มัสก์บอกทางออกชัดเจนอยู่แล้ว “ลงใต้ดินสิครับ” วิ่งไปในอุโมงค์ทางด่วนพิเศษที่ไม่มีสี่แยก ไม่มีมอเตอร์ไซค์หรือสุนัขมาวิ่งตัดหน้าเหมือนในภาพยนตร์โฆษณาของ สสส. แถมยังขุดอุโมงค์ใต้ดินได้เยอะแยะไม่จำกัด
     มัสก์ผุดไอเดียให้สาธารณะรับรู้เป็นครั้งแรกผ่านทวิตเตอร์ เมื่อวันที่ 17 ธันวาคมปีก่อน 
     “รถติดนี่ชวนประสาทแดกจริงๆ ผมจะสร้างเครื่องขุดอุโมงค์ แล้วก็ขุดๆ...”
     ผู้ติดตามส่วนใหญ่คงไม่คิดว่าเขาจะทำจริง แต่แฟนพันธุ์แท้ย่อมรู้ว่าคำพูดมักตามไม่ทันความคิดของเขา ทวีตข้อความนั้นจึงเป็นเพียงส่วนเสี้ยวความคิดและความเป็นไปได้ที่เขามองเห็น
     เมื่อต้นปีที่ผ่านมา มัสก์เริ่มขุดอุโมงค์ใต้สำนักงานบริษัท SpaceX ของเขาเอง ซึ่งอยู่ใกล้กับมหานครลอสแอนเจลิส และเสนอให้ใช้อุโมงค์นี้เป็นทางด่วนพิเศษใต้ดินเส้นทางใหม่
     บนเวที TED Talks เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา มัสก์ในฐานะซีอีโอของ SpaceX และ Tesla พูดเร็วเสียงนุ่ม มีจังหวะขัดแบบเนิร์ดๆ บ้างตามสไตล์ ประกาศว่ารถยนต์ของวันพรุ่งนี้จะได้ใช้ประโยชน์จากอุโมงค์ทางด่วนผ่านลิฟต์ตามจุดต่างๆ ทั่วมหานครลอสแอนเจลิส แทนที่รถยนต์เหล่านี้จะขับเคลื่อนด้วยตัวมันเอง เมื่อมันไปถึงลิฟต์รับรถ มันจะถูกนำไปวางบนกระบะของรถไฟฟ้า แล้วหย่อนลงบนถนนใต้ดินที่จะนำพามันไปอย่างอัตโนมัติสู่จุดหมายด้วยความเร็วราว 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 
     เพียงแค่ฟัง หลายคนคงคิดตามไม่ทัน มัสก์จึงเปิดตัวความคิดเรื่องอุโมงค์ทางด่วนอย่างเป็นรูปธรรมด้วยวิดีโอชื่อ The Boring Company | Tunnels 
     ระบบนี้จะทำให้คนที่อยู่อาศัยในย่านเวสต์วูดซึ่งห่างจากสนามบินนานาชาติลอสแอนเจลิสเพียง 16 กิโลเมตร ไปถึงสนามบินได้ภายใน 5 นาที แทนที่จะต้องนั่งเคาะพวงมาลัยปริวิตกอยู่บนทางหลวงหมายเลข 405 เป็นเวลา 30 ถึง 60 นาที อย่างทุกวันนี้


                                                                                                                                                                                   photo: TED/Bert Hartman
 

“เราจะขุดอุโมงค์ใต้แอลเอ และสร้างเครือข่ายที่ดูแลโดยภาพสามมิติ”

     “เราจะขุดอุโมงค์ใต้แอลเอ และสร้างเครือข่ายที่ดูแลโดยภาพสามมิติ เพื่อบรรเทาความแออัดบนท้องถนน” มัสก์บอกว่าระบบนี้นำไปใช้ได้กับมหานครทั่วโลก เช่น ซานฟรานซิสโก มุมไบ และเขาคงหมายรวมถึงกรุงเทพมหานครของเราด้วย -- แต่เดี๋ยวก็ลงไปติดกันใต้ดินอีก หลายคนคงคิดตามทันที แต่ระบบของมัสก์ไม่ได้มีอุโมงค์แค่ระดับเดียว เขาบอกว่าใต้ดินนั้น เราจะเจาะอุโมงค์กี่อันกี่ระดับก็ได้ 
     ถามว่าสร้างแล้วใครจะใช้ มัสก์บอกว่าสร้างก่อน แล้วคนที่ต้องการใช้จะตามมาเอง เพราะข้างบน ถนนมันเต็มพื้นที่แล้ว นึกภาพสิว่าเรามีตึก 20-100 ชั้น แต่เรามีถนนชั้นเดียว บางเส้นอย่างมากก็สองระดับ แต่ใต้ดิน เราสร้างอุโมงค์ซ้อนกันได้ถึง 40 ชั้นอย่างสบายๆ ด้วยเครื่องเจาะอุโมงค์ที่มีประสิทธิภาพ ต้นทุนในการเจาะจะไม่แพงจนเกินไป และเขาบอกว่าบริษัทในเครือของเขากำลังพัฒนาเครื่องเจาะนี้อย่างขะมักเขม้น 
     หลายคนฟังแล้วคงส่ายหน้า โดยเฉพาะวิศวกรโยธา
     ทอม เนฟฟ์ (Thom Neff) วิศวกรโยธาเจ้าของบริษัทที่ปรึกษาชื่อ OckhamKonsult บอกว่าสิ่งที่มัสก์พูดนั้นฟังดูบ้ามาก การขุดอุโมงค์ใต้ดินไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะทำกันแป๊บเดียวเสร็จ มันใช้เวลาหลายปี ดูอย่างการขุดอุโมงค์ใต้เมืองบอสตัน หรือ Caldecott Tunnel ที่ซานฟรานซิสโก SR-99 ที่ซีแอตเทิล โครงการเหล่านี้กินเวลาหลายปีและใช้ทุนมหาศาล เพราะการทำงานใต้ดินนั้นยุ่งยากซับซ้อน ต้องเผชิญกับชั้นหินแข็ง น้ำใต้ดิน ต่อให้มีเครื่องขุดเจาะระดับเทพ แต่ก็ต้องหลบหลีกฐานรากตึกและโครงสร้างสาธารณูปโภคต่างๆ ใต้ดิน ซึ่งแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน แถมยังต้องรับประกันความปลอดภัยให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ -- เนฟฟ์สรุป
    เฮนรี เพโทรสกี (Henry Petroski) วิศวกรโยธาจากมหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) เป็นอีกคนที่คัดค้านเสียงแข็ง เขาบอกว่าการทำทางพิเศษใต้ดินแบบที่มัสก์เสนอนั้นยากเกินความจำเป็น เพราะต้องใช้เวลาหลายสิบปี อาจถึงร้อยปี มีความไม่แน่นอนและความเสี่ยงมากมาย เขาเห็นว่าควรสนับสนุนอะไรที่ง่ายและทำได้เลยดีกว่า เช่น carpool (การใช้รถร่วมกัน) BRT หรือปรับปรุงระบบรถไฟใต้ดินให้ดีขึ้น
     ที่ผ่านมา มัสก์เคยเสนอไอเดียแห่งอนาคตที่บรรเจิดอย่างนี้มาหลายครั้งและก็ทำได้จริง เช่น รถยนตร์ไฟฟ้า ส่งจรวดไปอวกาศ และกำลังสนับสนุนการสร้าง hyperloop (ท่อเพื่อการเดินทางระหว่างเมืองด้วยความเร็วสูง) ไอเดียเรื่องอุโมงค์ทางพิเศษครั้งล่าสุดนี้ดูเหมือนจะไปไกลกว่าทุกครั้ง หลังจากเรื่องอุโมงค์ เขายังพูดถึงรถยนต์ไฟฟ้า Tesla Model 3 ที่กำลังจะเปิดตัว รถยนต์ไร้คนขับ การเดินทางไปดาวอังคาร และการนำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ให้มากขึ้น 
     บนเวที TED ครั้งนี้ เขาสรุปด้วยการถามผู้ฟังว่า การเป็นผู้เริ่มต้นคิดและทำสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนนั้นเป็นเรื่องของคนบ้าจริงหรือ? 



อ้างอิง: https://www.wired.com/2017/04/elon-musk-layers-crazy-plan-traffic-killing-tunnels/
ภาพ: The Boring Company
SaveSave