SEIZE THE MOMENT

ON THIS EPISODE
  • ประสบการณ์สมัครงานครั้งแรก
  • a team junior
  • พอร์ตโฟลิโอ
  • หาจุดแข็ง ลบจุดอ่อน
  • โชว์อย่างพอดี
  • ความสำคัญของความสามารถพิเศษ
  • สัมภาษณ์งานแบบหนุ่มเมืองจันท์
  • คำถามยอดฮิตที่ยังไงก็ต้องเจอ
  • ผลลัพธ์ของโซเชียลเน็ตเวิร์ก
  • ลองใส่รองเท้าของผู้สัมภาษณ์ดูบ้าง
THE SHOW NOTES

ประสบการณ์สมัครงานครั้งแรก
02.35
ประสบการณ์การสมัครงานครั้งแรกของหนุ่มเมืองจันท์นั้นเริ่มต้นจากการชักชวนของรุ่นพี่ ว่าตอนนี้ที่มติชนกำลังรับสมัครนักข่าวอยู่ แม้จะจบออกมาด้วยเกรดที่ไม่ดีนัก แต่ด้วยประสบการณ์ที่ทำกิจกรรมนักศึกษา ต้องหาข้อมูลความรู้รอบตัวและข่าวสารบ้านเมืองเยอะก็ทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้น เมื่อถึงรอบสัมภาษณ์ก็สามารถตอบคำถามได้จากการติดตามอ่านข่าวอยู่เป็นประจำ

ส่วนของวงศ์ทนงนั้นก็จบมาด้วยเกรดที่ไม่ต่างจากหนุ่มเมืองจันท์นัก แต่สิ่งที่มีคือพอร์ตโฟลิโอที่เก็บรวบรวมผลงานเอาไว้ เมื่อไปสมัครงานนิตยสารก็มีงานเขียนทั้งหนังสือทำมือและงานเขียนที่ได้ลงนิตยสารจริง ซึ่งสองสิ่งนี้นี่เองที่ทำให้วงศ์ทนงได้งาน

a team junior
05.35
จากประสบการณ์การขอฝึกงานของวงศ์ทนงเองที่รู้สึกว่าเวลาไปขอฝึกแต่ละที่ทำไมมันยากจัง และเมื่อได้เข้าไปก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไหร่ ทำให้เมื่อได้ทำนิตยสารอะเดย์เขาเลยคิดทำโครงการ a team junior ที่รับนักศึกษามาฝึกงานแบบมืออาชีพขึ้นมา นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการจะได้ทำงานจริงตลอดระยะเวลาสามเดือน มีพี่เลี้ยงคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ได้อยู่ในบรรยากาศการบรีฟงานจริงอย่างมืออาชีพ และเล่มสุดท้ายในเดือนที่สามจะเป็นเล่มที่ทีมจูเนียร์จะได้ทำเองทั้งเล่ม ซึ่งโครงการนี้ก็ได้รับความสนใจมาตลอดทุกปี

พอร์ตโฟลิโอ
08.29
เวลาสมัครงานนั้น ถ้าเป็นงานด้านความคิดสร้างสรรค์เวลาสมัครงานอาจต้องคิดวิธีเล่าเรื่องในพอร์ตโฟลิโอให้ดี เพื่อให้สะดุดตาจนถูกเรียกไปสัมภาษณ์ แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างก็จะอยู่ที่การสัมภาษณ์อยู่ดีว่าคุณมีของตามที่คุณเขียนมาจริงรึเปล่า

หาจุดแข็ง ลบจุดอ่อน
10.35
จากการรับสมัครคนในหลายๆ หน่วยงาน หนุ่มเมืองจันท์คิดว่าคนที่เข้ามาสมัครงานควรจะรู้ว่าจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองนั้นคืออะไร อย่างตัวหนุ่มเมืองจันท์บอกว่าจุดอ่อนของตัวเองคือเกรด ก็ต้องหาอะไรมากลบ ต้องชูจุดแข็งของตัวเองขึ้นมาก็คือการทำกิจกรรมนักศึกษา ถ้าทำงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ก็ต้องชูชิ้นงานที่จะทำให้คนสะดุดกับความคิดสร้างสรรค์ของเรา แต่ถ้าเป็นงานด้านบัญชีก็อาจไม่ต้องโชว์ความคิดสร้างสรรค์ขนาดนั้น แต่โชว์ในสิ่งที่บริษัทนั้นต้องการจากตำแหน่งงานของเรา

จากนั้นเมื่อผ่านไปถึงขั้นตอนสัมภาษณ์คุณต้องรู้ให้ได้ว่าบริษัทหรือตำแหน่งงานนั้นต้องการอะไรจากตัวคุณ อย่างเช่นมีคนมาสมัครเป็นนักข่าวเค้าก็ต้องรู้ว่าบริษัทต้องการความรอบรู้ ต้องการการสังเกตุ สกิลในการสัมภาษณ์ ซึ่งการจะแสดงให้บริษัทเห็นถึงตรงนี้ได้ในการสัมภาษณ์งาน เราก็ควรจะต้องเตรียมตัวไปให้ดี เก็งโจทย์ไปก่อน แม้ผู้สัมภาษณ์จะมีวิธีการในการทดสอบเราอีกที แต่การเตรียมตัวไปให้ดีก็สามารถช่วยเราได้มากจริงๆ

โชว์อย่างพอดี
13.56
แม้จะบอกว่าเวลาสมัครงานด้านความคิดสร้างสรรค์เราจะต้องโชว์ไอเดียออกมา หรืองานอื่นๆ ก็ต้องพยายามโชว์ความสามารถ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ก็ต้องมีความพอดีเหมือนกัน ใบสมัครบางคนก็โชว์มากไปจนน่ารำคาญ ถ้าเป็นนักฟุตบอลก็เป็นประเภทเลี้ยงโชว์แต่พื้นฐานไม่ได้แน่นขนาดนั้น

อย่างล่าสุดที่วงศ์ทนงเปิดรับสมัครเลขาส่วนตัว ก็มีตัวอย่างจากหลายคนที่ไม่น่าทำตาม อย่างบางคนก็ส่งมาเป็นรูปถ่ายพร้อมข้อความแนบแค่ประโยคเดียวที่ไม่สื่อสารอะไร บางคนก็เขียนชื่อวงศ์ทนงมาผิด แสดงให้เห็นถึงการไม่ทำการบ้าน บางคนก็ไม่รู้ว่าบริษัทนั้นทำอะไรบ้าง ก็ยากที่จะรับมาทำงานด้วยกัน

ความสำคัญของความสามารถพิเศษ
18.43
อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญเวลากรอกใบสมัครงานนั่นก็คือคุณสมบัติพิเศษ เพราะสิ่งนี้จะทำให้คุณโดดเด่นออกมาจากคนอื่นได้ ถ้าคุณทำงานในบริษัทที่เกี่ยวกับการใช้ภาษาก็ให้ใส่ไปเลยว่าคุณพูดได้กี่ภาษา ไม่ว่าจะสมัครงานอะไรก็ควรมีความเชี่ยวชาญพิเศษในด้านนั้นๆ จริง

ในทางกลับกันการไม่เชี่ยวชาญในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับงานก็สามารถทำให้คุณชวดงานได้ อย่างเช่นสมัครงานนิตยสารแต่บอกว่าไม่ชอบอ่านหนังสือ หรือสมัครงานพิสูจน์อักษรแต่เขียนผิดในใบสมัคร ก็ควรจะต้องระวังตรงนี้ให้มาก

สัมภาษณ์งานแบบหนุ่มเมืองจันท์
20.51
คำถามที่ถูกถามในการสัมภาษณ์นั้นส่วนมากแล้วจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งงาน สำหรับหนุ่มเมืองจันท์ที่ต้องสัมภาษณ์นักข่าวก็มักจะถามเรื่องความรู้ การสังเกต ทักษะการสัมภาษณ์ ซึ่งจะมีการใส่ความกดดันเข้าไปเพื่อสังเกตว่าเวลาเจความกดดันจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

หรือตอนที่อยู่ฝ่ายโฆษณาก็มีพี่คนหนึ่งสัมภาษณ์พนักงานขาย เค้าก็หยิบปากกาให้หนึ่งด้ามแล้วบอกว่าคุณลองขายปากกาด้ามนี้ให้ผมซิ หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของสัญชาตญาณ

คำถามยอดฮิตที่ยังไงก็ต้องเจอ
22.06
สิ่งที่คุณต้องเจอแน่ๆ คือการแนะนำตัวคุณเองที่ต้องเตรียมตัวไปให้ดี วงศ์ทนงแนะนำว่าไม่ต้องเล่ายาวมาก แต่ให้คัดประวัติสำคัญ สิ่งที่เกี่ยวกับงาน และสิ่งที่น่าสนใจที่สุดมาเล่าให้ฟัง

คำถามต่อมาก็จะเป้นคำถามมาตรฐานอย่างทำไมคุณถึงเหมาะกับงานนี้, ทำไมผมต้องรับคุณ, คุณรู้อะไรเกี่ยวกับบริษัทบ้าง และคำถามสุดสำคัญอย่างทำไมถึงออกจากงานเก่า ซึ่งคำถามนี้เวลาตอบนั้นไม่ควรวิจารณ์บริษัทเก่าในมุมลบมากเกินไป เพราะถ้าคุณพูดแง่ลบมากบริษัทที่กำลังสัมภาษณ์คุณอยู่ก็จะคิดว่าในอนาคตบริษัทก็คงจะโดนเหมือนกัน เราควรสรุปในเรื่องหลักการมากกว่า อย่างเวลาไม่ตรงกัน เนื้องานไม่ใช่สิ่งที่เราชอบ อยากเปลี่ยนสายงาน หรืออยากพัฒนาตัวเองให้มากขึ้น

อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตคือ คุณคิดว่าจุดอ่อนของตัวเองคืออะไร คำถามนี้ทำให้เราเตรียมตัวปรับปรุงและอุดจุดอ่อนตรงนี้ให้ได้ หรืออย่างเวลาบริษัทถามเรื่องเงินเดือนที่คุณอยากจะได้ สิ่งที่คุณควรรู้ไว้ก่อนไปสัมภาษณ์คือฐานเงินเดือนของบริษัทนี้อยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ทำการบ้านสักนิดคุณจะได้ตอบได้ ซึ่งคำถามเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณต้องเจอแน่นอน และคุณสามารถเตรียมตัวและฝึกซ้อมไว้ก่อนได้เลย

นอกจากสิ่งที่จะถูกถาม เมื่อผู้สัมภาษณ์เปิดโอกาสให้ถามกลับก็มีเรื่องที่ต้องระวังเช่นกัน อย่างเช่นเรื่อสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และวันหยุดต่างๆ ที่เราจะได้รับนั้นเป็นเรื่องที่ยังไม่ควรถามทันทีในครั้งแรกของการสัมภาษณ์งาน แนะนำให้ถามนอกรอบหลังจากสัมภาษณ์เสร็จแล้วจะดีกว่า

ผลลัพธ์ของโซเชียลเน็ตเวิร์ก
28.11
อีหนึ่งเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญในสมัยนี้คือเรื่องโซเชียลเน็ตเวิร์ก ฝ่ายบุคคลสมัยนี้นอกจากใบสมัครแล้ว สิ่งต่างๆ ที่เราทำในอินเทอร์เน็ตก็เป็นอีกหนึ่งความสำคัญในการคัดเลือกคน การแสดงความเห็น ทีท่า ทัศนคติ เพราะเวลาเราทำงานมันก็เป็นเรื่องของนิสัยส่วนตัวเช่นกัน บริษัทใหญ่ๆ บางที่ถึงกับบอกว่าจะให้คำตอบของการสัมภาษณ์งานทางเฟซบุ๊ก แล้วเค้าก็จะเข้าไปดูทั้งการใช้ภาษาและทัศนคติของคุณในนั้น เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณา

เหมือนกับบริษัทแห่งหนึ่งที่เวลารับสมัครคนมาทำงานเค้าจะส่งรถไปรับผู้สมัครมาตั้งแต่สนามบินหรือสถานีรถไฟเลย เพื่อมาสัมภาษณ์ หลายคนมองว่าเป็นการแสดงศักยภาพและความพร้อมของบริษัท แต่สิ่งที่ผู้สมัครไม่รู้ก้คือคนขับรถก็เป็นฝ่ายบุคคลคนหนึ่งที่คอยดูพฤติกรรมของคุณตั้งแต่นอกห้องสัมภาษณ์ว่าเป็นอย่างไรบ้าง หรือบางที่ก็ใช้วิธีถามจากแม่บ้านว่าเวลามาเสิร์ฟน้ำให้คุณ คุณมีปฏิกิริยาอย่างไร นี่คือสิ่งที่บริษัทสมัยใหม่ต้องการจะรู้นอกจากในห้องสัมภาษณ์งาน

ลองใส่รองเท้าของผู้สัมภาษณ์ดูบ้าง
31.11
ที่สุดแล้วการสมัครงานมันก็เป็นเรื่องของใจเขาใจเรา บางทีเราอาจจะลองถอยตัวเองออกมาแล้วไปใส่รองเท้าของเจ้าของกิจการและคนที่สัมภาษณ์คุณว่าเค้าต้องการอะไรจากคุณ นั่นคือสิ่งที่คุณควรจะให้กับเค้า และถ้าสิ่งที่คุณเป็นไม่ขัดอะไรกับสิ่งที่เค้าต้องการ ก็จงแสดงออกมาให้เต็มที่