HIGHLIGHTS:

  • นับตั้งแต่ปี 1939 มีผู้กำกับฯ หญิงเพียงสองคนที่ได้รับรางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์
  • เจน แคมเปียน และ โบดิล อิปเซน คือผู้กำกับฯ หญิงสองคนที่มีชื่อปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ของผู้ได้รับรางวัลปาล์มทองคำ
  • นาโอมิ คาวาเสะ, โซเฟีย คอปโปลา และ ลีนน์ แรมเซย์ คือสามผู้กำกับฯ หญิงที่ส่งผลงานเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำประจำปีนี้
     นอกจากเวทีประกวดความงาม ดูเหมือนพื้นที่แสดงความสามารถของผู้หญิงในโลกนี้จะมีน้อยเต็มที ถึงแม้จะเป็นเวทีกว้างๆ ของวงการบันเทิงก็ตาม หรือเป็นเพราะฝีมือการทำหนังของผู้หญิงยังเทียบชั้นผู้ชายไม่ได้
     แทบไม่น่าเชื่อว่าเกือบ 80 ปีที่ผ่านมา มีผู้กำกับฯ หญิงเพียง 2 คนที่คว้ารางวัลสูงสุดของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์มาครอบครอง
     รางวัลสูงสุดในการประกวดภาพยนตร์ของเทศกาลนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 1939 โดยใช้ชื่อรางวัลว่า Grand Prix du Festival International du Film ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น Palme d’Or (รางวัลปาล์มทองคำ) ในปี 1955 ถัดจากนั้น มันถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Grand Prix du Festival ในปี 1964 แล้วจึงกลับมาใช้ชื่อ Palme d’Or อีกครั้งในปี 1974
     จากสถิติ คนทำหนังสัญชาติอเมริกันได้รับรางวัลสูงสุดจากคานส์มากที่สุด คือ 21 ครั้ง ตามมาด้วยฝรั่งเศสเจ้าภาพ 14 ครั้ง อิตาลี 12 ครั้ง และอังกฤษ 10 ครั้ง ผู้กำกับฯ ที่ได้รับรางวัลนี้สอง 2 ครั้ง ได้แก่ อัลฟ์ โซแบร์ก จากสวีเดน (1946 และ 1951) ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา จากสหรัฐอเมริกา (1974 และ 1979) โชเอะ อิมามุระ จากญี่ปุ่น (1985 และ 1995) เอเมียร์ คุสตูริกา จากบอสเนีย (1985 และ 1995) บิลล์ ออกุสต์ จากเดนมาร์ก (1988 และ 1992) คู่พี่น้อง ฌอง-ปิแอร์และลุค ดาร์เดนน์ จากเบลเยียม (1999 และ 2005) มิคาเอล ฮาเนเก จากออสเตรีย (2009 และ 2012) และ เคน โลช จากอังกฤษ (2006 และ 2016) ซึ่งทั้งหมดเป็นคนทำหนังเพศชาย
     ผู้กำกับฯ หญิงที่ปรากฏชื่อในประวัติศาสตร์เมืองคานส์ มีเพียง เจน แคมเปียน (The Piano) ที่ได้รับรางวัลปาล์มทองคำในปี 1993 ร่วมกับ เฉิน ข่ายเกอ ผู้กำกับฯ จากจีน (Farewell, My Concubine) และ โบดิล อิปเซน ในฐานะผู้กำกับฯ ร่วมจากเรื่อง De Rode Enge (The Red Meadows) ในปี 1946
     ...หรือผู้หญิงทำหนังสู้ผู้ชายไม่ได้
     
     ปี 2017 มีคนทำหนังเพศหญิงส่งผลงานเข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำ 3 คน คนแรกคือ นาโอมิ คาวะเสะ ผู้กำกับฯ จากญี่ปุ่น กับผลงานเรื่อง Hikari (Radiance)
     นาโอมิ คาวะเสะ ผู้กำกับฯ หญิงวัย 48 ปี ร่ำเรียนด้านภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยเพื่อทัศนศิลป์โอซะกะ ช่วงก่อนและหลังสำเร็จการศึกษาในปี 1989 เธอมีโอกาสได้ทำหนังสั้นแนวทดลองและหนังสารคดี เนื้อหาส่วนใหญ่ของเธอเกี่ยวข้องกับครอบครัว เนื่องจากในวัยเด็ก เธอถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่ในความดูแลของตากับยาย
     Suzaku (1966) ภาพยนตร์เรื่องแรกของคาวะเสะ ถูกส่งไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์หลายแห่ง และได้รับรางวัลอย่าง FIPRESCI (รางวัลจากสมาคมนักวิจารณ์และผู้สื่อข่าวสายภาพยนตร์) รวมถึงรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ในฐานะผลงานหนังเรื่องแรกยอดเยี่ยม
     นาโอมิ คาวะเสะ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในกลุ่มเทศกาลภาพยนตร์ รวมถึงเมืองคานส์ ซึ่งปีนี้เธอส่งผลงานหนังดราม่า Hikari (Radiance) เข้าประกวดเป็นปีที่ 5  

          Hikari (Radiance      
     
    ผู้หญิงคนที่ 2 เป็นทายาทเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำ 2 สมัย โซเฟีย คอปโปลา ผู้กำกับฯ หญิงวัย 46 ปี ซึ่งเป็นทั้งนักแสดง คนเขียนบท ผู้กำกับฯ และเจ้าของรางวัลออสการ์ (Lost in Translation ปี 2003)
     โซเฟียคุ้นเคยกับภาพยนตร์มาตั้งแต่ยังเป็นทารก พ่อของเธอ-ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา นำเธอเข้าฉากครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง The God Father ตอนที่เธอมีอายุเพียง 10 สัปดาห์ และ 18 ปีต่อมา เธอก็ได้รับบทเด่นในภาค 3 (ลูกสาวของ ดอน คอร์เลโอเน) แทน วิโนนา ไรเดอร์ ที่ถอนตัวไปเนื่องจากป่วย หลังจากเรียนจบทางด้านจิตรกรรมและการถ่ายภาพ เธอก่อตั้งธุรกิจแฟชั่นแบรนด์ MilkFed ที่ญี่ปุ่น ซึ่งชีวิตในช่วงนั้นก็กลายเป็นที่มาของ Lost in Translation ในเวลาต่อมา
     โซเฟีย คอปโปลา ได้รับรางวัล Golden Globe สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเรื่อง Lost in Translation ในปี 2004 รวมทั้งรางวัลออสการ์ในสาขาเดียวกัน และในปี 2010 ผลงานเรื่อง Somewhere ของเธอได้รับรางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์เมืองเวนิซ
     สำหรับคานส์ในปีนี้ โซเฟียส่งผลงานหนังทริลเลอร์ The Beguiled เข้าประกวด ซึ่งเป็นเวลาถึง 11 ปีหลังจาก Marie Antoinette กว่าผลงานของเธอจะกลับมากระตุ้นเร้าคอหนังอีกครั้ง

 Photo: Ben Rothstein
     The Beguiled

    ผู้หญิงคนที่ 3 ที่มีโอกาสเยือนเมืองคานส์ คือ ลีนน์ แรมเซย์ เจ้าของผลงานหลายรางวัลจากสกอตแลนด์ ผู้กำกับฯ หญิงวัย 48 ปีคนนี้เคยคิดอยากเป็นช่างภาพ เธอเรียนด้านถ่ายภาพและการกำกับที่ National Film and Television School ในบีคอนส์ฟีลด์ ใกล้กับกรุงลอนดอน Small Deaths ผลงานหนังสั้นปริญญานิพนธ์ของเธอ ถูกเลือกไปฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปี 1996 และได้รับรางวัล Prix de Jury
     ปี 1999 เป็นปีแห่งความสำเร็จของลีนน์ เมื่อภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรก Ratcatcher ประสบความสำเร็จทั้งในแง่รางวัลและคำวิจารณ์ 2 ปีต่อมา เธอส่งผลงานหนังยาวเรื่องที่ 3 We Need to Talk About Kevin เข้าประกวดอีกครั้ง แม้จะพลาดรางวัลปาล์มทองคำจากคานส์ แต่หนังเรื่องนี้ทำให้ ทิลดา สวินตัน ได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากสมาคมภาพยนตร์ยุโรป
     ผลงานหนังดราม่าเรื่อง You Were Never Really Here สำหรับปีนี้ของเธอ แม้ว่าการตัดต่อจะแล้วเสร็จล่าช้า แต่ผู้จัดงานซึ่งชื่นชมในตัวเธอก็พร้อมจะรอ และเชื่อว่าเธอจะทำงานแล้วเสร็จทันเวลา

 Photo: Warner Bros.
You Were Never Really Here

     นี่คือผลงานหนังประกวด 3 เรื่อง จากคนทำหนังเพศหญิง 3 คนที่ต้องบุกป่าฝ่าประจันกับผลงานของคนทำหนังเพศชาย
     แต่ “ไม่ชนะใจกรรมการตัดสินในปีนี้ ก็ยังมีปีต่อๆ ไป” ...น่าจะเป็นคำปลอบใจของทุกคน ไม่ว่าเจ้าของผลงานจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย  
 
อ้างอิง
https://de.wikipedia.org/wiki/Bodil_Ipsen
https://de.wikipedia.org/wiki/Goldene_Palme
http://www.spiegel.de/kultur/kino/cannes-festival-2017-michael-haneke-todd-haynes-und-fatih-akin-im-wettbewerb-a-1143253.html
https://de.wikipedia.org/wiki/Naomi_Kawase
http://www.film-zeit.de/Person/46698/Sofia-Coppola/
https://de.wikipedia.org/wiki/Sofia_Coppola
https://de.wikipedia.org/wiki/Lynne_Ramsay
http://hcl.harvard.edu/hfa/films/2012janmar/ramsay.html